เอปสันฟันธง 3 ปี อิงค์เจ็ทสร้างมาตรฐานใหม่การพิมพ์ในออฟฟิศ พร้อมประกาศเดินหน้ารุกตลาดธุรกิจ รักษาระดับเติบโตต่อเนื่อง

เสียมราฐ, 10 กุมภาพันธ์ 2561 – เอปสันฟันธงอีก 3 ปี อิงค์เจ็ทพรินเตอร์ครองสัดส่วนเกิน 3 ใน 4 พรินเตอร์ สำหรับองค์กรธุรกิจ พลิกขึ้นเป็นมาตรฐานใหม่ของการพิมพ์เพื่อธุรกิจแทนที่เลเซอร์พรินเตอร์ พร้อมประกาศ เดินหน้ารุกตลาดองค์กรธุรกิจ รักษาระดับการเติบโตต่อเนื่อง

มร.โตชิมิตสุ ทานากะ กรรมการผู้จัดการ (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) บริษัท เอปสัน สิงคโปร์ จำกัด เปิดเผยว่า “ทุกธุรกิจของเอปสันสามารถสะท้อนถึงความใส่ใจในทุกเรื่องรายละเอียดและนวัตกรรม ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เอปสัน ภูมิใจอย่างมาก จุดแข็งที่ไม่ซ้ำใครของเอปสันคือโมเดลธุรกิจแบบบูรณาการในแนวดิ่ง ที่ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอน การออกแบบเทคโนโลยีหลัก การพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนถึงการผลิตสินค้าด้วยตัวเอง แนวทางดังกล่าวช่วยให้ บริษัทฯ ได้รับรู้ถึงความคิดเห็นของลูกค้า ซึ่งยิ่งทำให้เรามองเห็นถึงรายละเอียดมากยิ่งขึ้นสำหรับการพัฒนาสินค้า การวางแผนและให้บริการลูกค้าต่อไป”

มร.โตชิมิตสุ ทานากะ

“ในปีงบประมาณ 2560 บริษัทฯ คาดการณ์ว่าจะมีการใช้งบประมาณด้านวิจัยและพัฒนาราว 5.4 หมื่นล้านเยน คิดเป็น 5.2% ของรายได้ประมาณการตลอดทั้งปี หรือเท่ากับว่าทุกๆ วันเอปสันได้ลงทุนทำวิจัยและพัฒนา นวัตกรรมด้วยงบประมาณถึง 1.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ความพยายามดังกล่าวยังส่งผลให้เอปสันได้รับเลือกจาก Clarivate Analytics ให้ติดหนึ่งในร้อยผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมระดับโลกของปี 2560 และเป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน”

“เอปสันได้กำหนดวิสัยทัศน์ที่เรียกว่า Epson 25 โดยตั้งเป้าให้ปี 2025 (พ.ศ.2568) เป็นปีที่เอปสันจะสามารถสร้าง Connected Age หรือยุคแห่งการเชื่อมโยงคน สิ่งของ และข้อมูลเข้าด้วยกัน ผ่าน 4 เทคโนโลยีของเอปสันที่ทรง ประสิทธิภาพ แม่นยำ และมีขนาดกระทัดรัด ได้แก่ พรินเตอร์ อุปกรณ์สื่อสารทางภาพ อุปกรณ์สวมใส่ติดตัว และ หุ่นยนต์ ซึ่งในปี 2560 ที่ผ่านมา ทั้ง 4 กลุ่มเทคโนโลยีได้ช่วยกันขับเคลื่อนธุรกิจของเอปสันให้เติบโตได้ด้วยดี บริษัทฯ คาดการณ์ว่าธุรกิจโดยรวมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 9% ในปีงบประมาณ 2560 นี้ และจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีในอีก 3 ปีข้างหน้าอยู่ที่ 7%” มร.ทานากะ กล่าว

 

ด้านนายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้จัดการทั่วไปด้านการขาย ผลิตภัณฑ์ และการตลาด บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงผลการดำเนินงานในปี 2017 ว่า “บริษัทฯ ยังคงสามารถรักษาระดับการเติบโตไว้ได้ตามเป้าที่ 7% โดยแบ่งเป็นตลาดประเทศไทย เอปสันทำรายได้เติบโต 6% และตลาดต่างประเทศภายใต้การดูแลของเอปสัน ประเทศไทย ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม และปากีสถาน รวมมีผลประกอบการเพิ่มขึ้น 14%”

“สำหรับประเทศไทย กลุ่มผลิตภัณฑ์อิงค์แท็งค์พรินเตอร์สามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้นได้ 7% และยังรักษาตำแหน่ง ผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่ง 46% ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมจากการใช้อิงค์เจ็ทพรินเตอร์แบบ ตลับหมึกและเลเซอร์พรินเตอร์ขาวดำรุ่นเล็กมาใช้อิงค์แท็งค์พรินเตอร์แทน”

“ในส่วนของโปรเจคเตอร์ มียอดขายเติบโตขึ้น 6% และยังเป็นเจ้าตลาดด้วยส่วนแบ่งตลาดรวมถึง 46% โดยมี ปัจจัยสนับสนุนจากการที่บริษัทฯ สามารถจำหน่ายเครื่องระดับกลางและระดับบนได้มากขึ้น บวกกับมีการออก ผลิตภัณฑ์ใหม่และทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์พรินเตอร์ระดับมืออาชีพสามารถทำยอดขาย เพิ่มขึ้น 9% เนื่องจากธุรกิจโฟโต้แล็บมีการขยายตัวอย่างมากและนิยมใช้ระบบดิจิทัลกันมากขึ้น เพื่อรองรับทุก ประเภทงานพิมพ์ได้อย่างครบวงจร ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 650 แล็บทั่วประเทศใช้พรินเตอร์ของเอปสันรวมมากกว่า 1,000 เครื่อง”

นายยรรยง มุนีมงคลทร

สำหรับเป้าหมายทางธุรกิจในปี 2561 เอปสันตั้งเป้าเติบโตรวม 7% โดยแบ่งเป็นตลาดประเทศไทยที่ 5% และ ตลาดต่างประเทศ 15% โดยธุรกิจหลักที่บริษัทฯ โฟกัสประกอบด้วยอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ความเร็วสูงสำหรับองค์กร ขนาดใหญ่ เลเซอร์โปรเจคเตอร์ และหุ่นยนต์แขนกล

“ในกลุ่มผลิตภัณฑ์โปรเจคเตอร์ ไฮไลท์ในปี 2561 จะอยู่ที่เลเซอร์โปรเจคเตอร์ที่มีทั้งความทนทานใช้งานได้นาน ถึง 20,000 ชั่วโมง ทั้งยังใช้ LCD Panel และ Phosphor Wheel แบบ Inorganic ที่ทนความร้อนสูงได้นาน ทำให้ สามารถเปิดใช้งานต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง โดยยังฉายภาพที่สวยสดใส คุณภาพไม่ตก มีประสิทธิภาพในการฉายภาพ ระดับ 4K ด้วย Contrast Ratio หรือความต่างระหว่างสีดำและสีขาวสูง จึงสามารถแสดงภาพที่มีความลึกและ รายละเอียดภาพ

รวมถึงแสดงภาพแบบ 3 มิติได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งยังมีความยืดหยุ่นสูง สามารถติดตั้งได้แบบ 360 องศา ไม่ว่าจะเอียงไปมุมไหน ความสว่างของภาพก็ไม่ลดลง ฉายบนพื้นผิวหลายรูปแบบ เช่น ฉากโค้ง เข้ามุม และยังเชื่อมการฉายภาพหลายเครื่องแบบไร้รอยต่อ หรือ Edge-blending และมีคุณสมบัติ Quick Corner และ Point Correction ที่ปรับภาพฉายให้ลงตัวตามสัดส่วนของฉากรับภาพได้อย่างแม่นยำ” นายยรรยง กล่าว

“เลเซอร์โปรเจคเตอร์กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และกำลังเพิ่มจำนวนรุ่นจนครอบคลุมเครื่องในความสว่างระดับกลางที่ 5,000 ลูเมน จากเดิมที่มีอยู่แต่เครื่องระดับบน

สำหรับในปีนี้ เอปสันมีแผนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างน้อย 5 รุ่น ในทุกช่วงระดับความสว่างทั้ง 2,000 ลูเมน สำหรับลูกค้าในธุรกิจร้านค้าขนาดเล็ก หรือใช้ตามบ้าน เครื่อง 4,000 – 6,000 ลูเมน สำหรับสถาบันศึกษาและองค์กรธุรกิจ และ 6,000 ลูเมนขึ้นไป เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ขนาดใหญ่และต้องการภาพขนาดใหญ่ที่มีความสว่างและความละเอียดของภาพสูง เช่น ห้องจัดงานเลี้ยง หอประชุม โรงละคร พิพิธภัณฑ์ หรืองานอีเว้นท์เอาท์ดอร์”

“สุดท้ายคือกลุ่มหุ่นยนต์แขนกล นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล ทำให้หลายอุตสาหกรรมตื่นตัวในการนำ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้ในสายการผลิต เพื่อเพิ่มผลิตผล ปรับปรุงคุณภาพผลผลิต ลดต้นทุน และ พัฒนาศักยภาพการทำงาน มีการคาดการณ์ว่าภาคการผลิตของประเทศไทยราว 50% จะเริ่มใช้งานหุ่นยนต์และ ระบบอัตโนมัติภายใน 1 – 3 ปี ขณะที่ธุรกิจขนาดกลางจะพร้อมในอีก 3 – 5 ปี

นอกจากนี้ เอปสันทั่วภูมิภาคเอเชียยังได้ออกแคมเปญสื่อสารการตลาด It’s In The Details ขึ้นมา เพื่อสอดรับการ ดำเนินธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ Epson 25 โดยนายยรรยงได้กล่าวถึงแคมเปญนี้ว่า “เอปสันต้องการตอกย้ำความ มั่นใจให้กับลูกค้าองค์กรธุรกิจว่าผลิตภัณฑ์ของเอปสันมีประสิทธิภาพ และดีพร้อมในการเชื่อมโยงผู้ใช้เทคโนโลยี และข้อมูลต่างๆ เข้าด้วยกัน เอปสันออกแบบ พัฒนา และผลิตทุกชิ้นส่วนโดยใส่ใจในทุกรายละเอียด

ผลิตภัณฑ์ของเอปสันจึงสามารถทำงานให้กับองค์กรของลูกค้าได้อย่างดีที่สุด ซึ่งภายใต้แคมเปญนี้ เอปสันได้ทำ Brand Activation ถ่ายทอดเรื่องราวของรายละเอียดในเทคโนโลยีหลักของบริษัทฯ เช่น PrecisionCore Line Head หรือ 3LCD Laser Light Source ผ่านสื่อทั้งออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงกิจกรรมการตลาดต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าได้ สัมผัสถึงความคุ้มค่าเมื่อเลือกลงทุนกับเอปสัน”

สำหรับงานด้านการบริการ นายอนันต์พล นนทพันธุ์ ผู้จัดการทั่วไปด้านการบริการและบริหารองค์กร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “เอปสันมีการพัฒนาระบบการให้บริการลูกค้าอยู่ตลอดเวลา เพื่อยกระดับ ความพึงพอใจของลูกค้า โดยล่าสุด บริษัทฯ ได้มีการนำระบบ CRM แบบบูรณาการ หรือ Service CRM Integrate System

ซึ่งประกอบด้วย Call Center Management ที่นอกจากจะตอบคำถาม ให้คำแนะนำ และรับเรื่องจากลูกค้าแล้ว ยังรวบรวมข้อมูลคำถามและความสนใจด้านต่างๆ ของลูกค้าไว้ เพื่อนำมาวิเคราะห์เป็นความรู้ใน ระบบ Integrated Knowledge Management โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปยังระบบต่างๆ เพื่อใช้กำหนดรูปแบบงานบริการด้านต่างๆ ให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละประเภท ทั้งด้านการรับประกันและการเคลม การบริการ ซ่อมแซม รวมถึงการตรวจซ่อมหน้างาน”

“วิสัยทัศน์ Epson 25 ที่โฟกัสยังองค์กรธุรกิจที่เป็นตลาดมูลค่าสูง เป็นกลุ่มลูกค้าที่ใช้งานผลิตภัณฑ์เอปสันอย่าง เต็มประสิทธิภาพ และใช้ในปริมาณมาก ทำให้บริการหลังการขายเป็นสิ่งที่ลูกค้ากลุ่มนี้ให้ความสำคัญอย่างมาก เอปสันมีโปรแกรมพัฒนาทักษะวิศวกรของบริษัทฯ และของพาร์ทเนอร์อย่างต่อเนื่องมากว่า 10 ปี

ทำให้ปัจจุบัน เอปสันมีทีมช่างที่มีความสามารถสูง รู้จักและเข้าใจเทคโนโลยีของเอปสันเป็นอย่างดีกระจายอยู่ทั่วประเทศ บริษัทฯ จึงมั่นใจว่าลูกค้าองค์กรที่เลือกลงทุนกับเอปสันไม่เพียงแต่จะสามารถไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ของเอปสัน แต่จะพอใจกับบริการที่ได้รับจากเราอีกด้วย” นายอนันต์พล กล่าวทิ้งท้าย

กองบรรณาธิการ GM2000

GM2000 นิตยสารรายเดือนและสื่อออนไลน์ที่มีเนื้อหาครอบคลุมเกี่ยวกับเทคโนโลยีนวัตกรรมในกลุ่มสินค้าเครื่องเสียงไฮไฟ โฮมเธียเตอร์ ไอทีมัลติมีเดีย ตลอดจนสินค้านวัตกรรมอื่น ๆ ที่มีอิทธิพลต่อไลฟ์สไตล์ของผู้คนทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคต ดำเนินงานโดยทีมงานมืออาชีพ

กองบรรณาธิการ GM2000

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.