aptX Adaptive Bluetooth คืออะไร? จะแทนการเชื่อมต่อด้วยสายได้อย่างไร?

ในยุคที่การเชื่อมต่อสัญญาณเสียงแบบไร้สายด้วยเทคโนโลยี bluetooth เป็นที่นิยมใช้งานแพร่หลาย โดยเฉพาะในกลุ่มอุปกรณ์สมาร์ทโฟนที่บรรดาผู้ผลิตระดับแนวหน้าหลายยี่ห้อเริ่มตัดช่องเสียบหูฟัง 3.5mm ออกจากตัวเครื่องมาตั้งแต่ปี 2016 และมีแนวโน้มว่าจะผลักดันให้ผู้ใช้งานหันไปใช้ระบบเชื่อมต่อแบบไร้สายมากขึ้นในอนาคต

แต่ปัญหาหนึ่งก็คือ ที่ผ่านมาคุณภาพเสียงของการเชื่อมต่อแบบไร้สาย Bluetooth แม้ว่าจะมีการพัฒนามาโดยตลอดแต่ก็ยังเป็นรองการเชื่อมต่อแบบใช้สายตามปกติ ล่าสุดบริษัท Qualcomm ผู้ผลิตชิปประมวลผลสำหรับสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์แบบพกพาชื่อดัง ซึ่งเป็นเจ้าของเทคโนโลยีการเชื่อมต่อบลูทูธในตระกูล aptX (aptX, aptX HD, aptX Low Latency) ได้ออกมานำเสนอเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่พวกเขาเรียกว่า “aptX Adaptive”

aptX Adaptive คืออะไร?
aptX Adaptive คือเทคโนโลยีการเข้ารหัสสัญญาณแบบไร้สายที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่ล่าสุด เป็นเทคโนโลยีที่ได้รวมเอาจุดเด่นหลาย ๆ ประการมารวมเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ คุณภาพเสียง, การใช้บิตเรตไม่เปลือง, ความยืดหยุ่นในการเข้ารหัส รวมถึงคุณสมบัติ low-latency (เสียงมีความหน่วงช้าในปริมาณน้อย)

การเข้ารหัสและถอดรหัส aptX Adaptive จะเลือกปรับใช้อย่างเหมาะสมโดยอัตโนมัติว่าจะให้ความสำคัญกับ “คุณภาพเสียง” หรือเรื่องของ “ความหน่วงช้า (latency)” มากกว่า โดยพิจารณาจากคอนเทนต์ที่ผู้ใช้กำลังเสพอยู่ในขณะนั้น

ด้วยความยืดหยุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลดความเคลื่อนของบิตข้อมูล เพื่อช่วยรักษาคุณภาพเสียงในสภาพแวดล้อมที่มีคลื่นสัญญาณวิทยุรบกวนอยู่กันอย่างแออัดซึ่งมีผลต่อความนิ่งหรือความเสถียรของการเชื่อมต่อสัญญาณ ทำให้ aptX Adaptive นั้นสามารถใช้ได้ดีกับทั้งการฟังเพลง, การชมภาพยนตร์ รวมถึงการเล่นเกม

การทำงานของ aptX Adaptive จะเป็นไปตามชื่อของมันคือ ตัวบิตเรตจะถูกปรับเปลี่ยนโดยอัตโนมัติในช่วงตั้งแต่ 279kbps ถึง 420kbps รองรับความละเอียดของเสียงถึงระดับ 24bit/48kHz โดยมีอัตราส่วนการบีบอัดข้อมูลอยู่ในช่วงระหว่าง 5:1 ถึง 10:1

ข้อดีของบิตเรตที่ปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมนั้นยังเป็นการช่วยประหยัดการใช้พลังงานด้วยอีกทางหนึ่ง เช่นในกรณีที่เรากำลังเล่นเกม Angry Bird เสียงในเกมคงไม่จำเป็นต้องใช้บิตเรตสูงถึง 420kbps เมื่อเลือกที่จะใช้บิตเรตน้อยลงการเชื่อมต่อก็จะเสถียรมากขึ้น และประหยัดแบตเตอรี่ในสมาร์ทโฟนมากขึ้น

อุปกรณ์เทคโนโลยีเก่าก็ใช้งานได้
aptX Adaptive ถูกออกแบบให้มีคุณสมบัติ backwards compatible สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ที่รองรับ aptX และ aptX HD ได้ด้วย สำหรับตัวชิปถอดรหัสแบบแยกต่างหากจะมาในชิป Qualcomm CSRA68100 และ the Qualcomm QCC5100 series ซึ่งจะเริ่มส่งมอบได้ในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป

สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่รองรับaptX Adaptive จะมาในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งก็ยังไม่เป็นที่เปิดเผยว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนของยี่ห้อใด หรือว่าเป็นรุ่นไหน

aptX Adaptive vs. LDAC
เมื่อเปรียบเทียบกับเทคโนโลยี LDAC ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องของคุณภาพเสียงและการรองรับเสียงรายละเอียดสูงถึงระดับ 24bit/96kHz ด้วยบิตเรตสูงสุดที่ระดับ 990kbps แม้ว่า LDAC จะมีคุณสมบัติในการเลือกใช้บิตเรตเหมือนกัน แต่มันจะให้ปรับให้โดยอัตโนมัติ ผู้ใช้ต้องเป็นคนเลือกเองว่าจะเป็น 990, 660 หรือ 330kbps ซึ่งบางครั้งเมื่อเลือกที่ 330kbps คุณภาพเสียงที่ได้ก็อาจเป็นรอง aptX Adaptive

เมื่อเลือกใช้บิตเรตในระดับสูง LDAC จะมีปัญหาเรื่องของ latency ซึ่งตามทฤษฎีแล้วจะค่อนข้างสูง (200ms) ขณะที่ aptX Adaptive จะมี latency อยู่ในช่วงระหว่าง 50 ถึง 80ms เท่านั้น ซึ่งเมื่อนำไปใช้รับชมภาพยนต์ วิดีโอหรือเล่นเกม ระบบที่มี latency น้อยกว่า ปัญหาเสียงไม่ตรงกับภาพจะมีน้อยกว่าหรือไม่มีเลย (น้อยจนหูจับไม่ได้)

มนตรี คงมหาพฤกษ์

บรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เริ่มต้นจากความหลงใหลงานอิเล็กทรอนิกส์ ดี.ไอ.วาย. จากนั้นก็มาชอบเครื่องเสียง เล่นทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังจริงจังกับเรื่อง Voice Assistant และ AI

มนตรี คงมหาพฤกษ์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.