รีวิว Bose : noise-masking sleepbuds

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โบสทำสินค้านวัตกรรม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โบสทำสินค้าอื่นนอกจากเครื่องเสียง อย่าเพิ่งงงนะครับว่า ก็เห็นอยู่ทนโท่ว่าเป็นหูฟัง ทำไมถึงบอกว่ามันไม่ใช่เครื่องเสียง

Bose : noise-masking sleepbuds เปิดตัวมาพร้อมกับสโลแกนที่ดูเหมือนเป็นอุปกรณ์สายสุขภาพ หรือไม่ก็เป็นชุดเครื่องนอนมากกว่าอุปกรณ์เครื่องเสียง

เพราะเขาบอกว่าอุปกรณ์ตัวนี้จะทำให้ผู้ใช้นอนหลับได้สบายมากขึ้น มีคุณภาพการนอนที่ดีขึ้น โดยอาศัยเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับระบบเสียง ดังนั้นมันจึงมีรูปร่างหน้าตาดูคล้ายกับหูฟังที่เราคุ้นเคย

หูฟัง True Wireless ที่ไม่ได้เกิดมาเพื่อใช้ฟังเพลง
Bose : noise-masking sleepbuds เป็นหูฟัง Ture Wireless สำหรับใส่นอนที่ซ่อน “เทคโนโลยีหลับสบาย” เอาไว้ในอุปกรณ์ที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับหูฟังประเภท True Wireless ทั่วไป แต่มีขนาดเล็กกะทัดรัดกว่า

สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายระหว่างหูฟังทั้ง 2 ข้าง ตลอดจนเชื่อมต่อไร้สายกับสมาร์ทโฟนได้เช่นเดียวกับหูฟังประเภท True Wireless แต่มันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้ฟังเพลง หรือฟังเสียงจากแหล่งสัญญาณอื่น ๆ เฉกเช่นหูฟังทั่วไป

หูฟัง sleepbuds ถูกออกแบบมาให้ใช้งานเวลานอนหลับ หรือในยามที่เราต้องการความสงบและปลีกวิเวกจากเสียงรอบข้าง การทำงานของมันจะมีอยู่ 2 ส่วน นั่นคือ การปิดกั้นเสียงรบกวนจากภายนอก

ขณะเดียวกันในตัวหูฟังเองก็ยังสามารถปล่อยเสียงบรรยากาศต่าง ๆ ตามธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อการหลับนอน มากลบเกลื่อนเสียงรบกวนการหลับนอนใด ๆ อันไม่พึงประสงค์ได้ด้วย

โบสคุยว่าเทคนิคนี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานรู้สึกผ่อนคลายและมีคุณภาพในการนอนหลับที่ดีขึ้น ดังนั้นเพื่อความสะดวกการใช้งานในขณะที่เรานอนหลับตัวหูฟัง sleepbuds จำเป็นต้องมีขนาดเล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบาและสวมใส่ได้กระชับ เพื่อไม่ให้ผู้ใช้รู้สึกว่ามันเป็นส่วนเกินโดยเฉพาะในเวลาที่อยู่ในท่าทางต่าง ๆ ขณะหลับนอน

ด้วยความที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด ทำให้หูฟัง sleepbuds ไม่มีปุ่มควบคุมสั่งงานใด ๆ ที่ตัวมันเลย ดังนั้นการตั้งค่า การควบคุมสั่งงานเกือบทั้งหมดจึงเป็นหน้าที่ของแอปพลิเคชัน “Bose Sleep” ในอุปกรณ์ iOS หรือ Android ซึ่งจำเป็นต้องนำมาใช้งานร่วมกับหูฟัง sleepbuds ด้วย

ไม่ว่าจะเป็น การปรับระดับความดังของเสียงบรรยากาศในหูฟัง, การเลือกรูปแบบเสียงบรรยากาศ, การตั้งเวลาสำหรับเสียงบรรยากาศ, การตั้งเวลาปลุก, การแสดงสถานะการใช้งาน, การแสดงระดับพลังงานแบตเตอรี่ในตัวหูฟัง ฯลฯ

แอปฯ “Bose Sleep” และโหมด Phone-Free
หลังจากจับคู่กับ แอปฯ Bose Sleep ในสมาร์ทโฟน การตั้งค่าต่าง ๆ ก็ไม่มีอะไรยุ่งยากครับ ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การเลือกเสียงที่จะใช้สร้างบรรยากาศในระหว่างการนอน

ซึ่งเบื้องต้นจะมีเสียงให้เลือกอยู่จำนวนหนึ่ง เป็นเสียงบรรยากาศต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับเสียงที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หรือเกิดขึ้นได้ในโอกาสต่าง ๆ ซึ่งเป็นมิตรกับการนอน หรืออย่างน้อยก็ไม่ได้รบกวนการนอน นอกจากเสียงที่มีอยู่แล้ว ยังสามารถเลือกโหลดเพิ่มหรือเปลี่ยนได้จากเมนูภายในแอปฯ ได้ด้วย

นอกจากเลือกรูปแบบของเสียงบรรยากาศได้แล้ว เรายังสามารถตั้งระดับความดังของเสียงบรรยากาศนั้น ๆ ให้สัมพันธ์กับเสียงรอบข้างได้ด้วย เพื่อเปิดโอกาสได้เรายังมีโอกาสได้ยินเสียงรอบข้างที่อาจจำเป็นต้องได้ยินเช่น เสียงเตือนภัย เสียงร้องของลูก หรือสัตว์เลี้ยงได้ด้วย เสียงบรรยากาศนี้ยังเลือกได้ด้วยว่าจะให้เล่นไปตลอดการใช้งาน หรือว่าจะให้เล่นไปช่วงเวลาหนึ่งแล้วหยุดเล่น

เนื่องจากหูฟัง sleepbuds ไม่รับเสียงอื่น ๆ จากสมาร์ทโฟนเหมือนกับหูฟังไร้สายทั่วไป สำหรับคนที่กังวลว่าจะไม่ได้ยินเสียงตั้งปลุก สามารถเลือกตั้งปลุกด้วยเสียงจากในแอปฯ Bose Sleep ได้ครับ ซึ่งเสียงปลุกที่เขามีให้เลือกก็ล้วนแล้วแต่เป็นเสียงที่ค่อนข้างสุภาพ ตรงนี้สำคัญนะครับเพราะมันจะดังในหูเราเลย หากเป็นเสียงที่ดุดันเกินไปมันคงจะไม่ดี

ในกรณีที่เราใช้งานไปได้สักพัก ได้ตั้งค่าจนถูกใจแล้ว ลงตัวแล้ว และไม่คิดว่าจะต้องมีการปรับเปลี่ยนอะไรในตัวหูฟัง sleepbuds ผ่านแอปฯ Bose Sleep อีก เราสามารถเลือกใช้งานในโหมด “Phone-Free” ได้ครับ โดยกดเลือกจากในแอปฯ Bose Sleep

โหมดนี้ทำให้เราสามารถใช้งานหูฟัง sleepbuds ได้ง่ายยิ่งขึ้นไปอีก เพราะเวลาใช้งานมันไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับสมาร์ทโฟนอีกแล้ว เมื่อหยิบหูฟังออกจากเคสมันก็จะเริ่มทำงานทันที เมื่อจะเลิกใช้งานก็แค่เก็บมันใส่กลับเข้าไปในเคส สะดวกมากครับ

ลองใช้งาน… ง่ายและได้ผลดีจริง
ผมต้องขอออกตัวสักนิดว่า ครั้งแรกที่ทราบว่าโบสทำสินค้ารุ่นนี้ออกมา ผมไม่แน่ใจว่าทีมออกแบบของโบสกำลังคิดอะไรอยู่ เพราะแอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟนที่มีคุณสมบัติคล้ายกันนี้ก็มีอยู่หลายแอปฯ เมื่อใช้งานร่วมกับหูฟัง True Wireless สักตัว มันก็จะทำหน้าที่ได้เหมือนกัน

ส่วนตัวผมก็เคยใช้งานแอปฯ ชื่อ “Relax Melodies: Sleep Sounds” มาก่อน ซึ่งมันก็มีเสียงบรรยากาศให้เลือกฟังเยอะอยู่เหมือนกัน… แต่ นั่นคือสิ่งที่ผมคิดก่อนได้ลองใช้หูฟัง sleepbuds ครับ !

เพราะเมื่อได้ลองใช้งานกันจริง ๆ ผมกลับรู้สึกว่าอุปกรณ์อย่างเจ้า sleepbuds นี่แหละที่สมควรทำออกมาขายตั้งนานแล้ว

เมื่อใช้งานจริง ความเล็กและเบาของมันทำให้ใส่นอนได้โดยที่รู้สึกเหมือนกับว่าไม่ได้ใส่ มันยังใส่กระชับ ไม่หลุดง่าย เมื่อเลือกขนาดของจุกและก้านซิลิโคนที่ให้มา 3 ขนาด (StayHear+ Sleep tips ขนาด S, M, L) ให้พอดีกับหูของเรา

อุปกรณ์อีกชิ้นที่มาพร้อมกับหูฟัง sleepbuds คือ แบตเตอรี่เคสหน้าตาดูดีที่สามารถใช้เป็นกล่องเก็บหูฟัง พร้อมทั้งทำหน้าที่ชาร์จไฟให้กับตัวหูฟังไปด้วยในตัว

ขั้วไฟฟ้าสำหรับระบบชาร์จไฟเคลือบทองอย่างดี ยึดเข้ากับด้านในของเคสด้วยแม่เหล็กขนาดจิ๋ว
พอร์ตชาร์จไฟของตัวเคสเป็นแบบ microUSB มีสายชาร์จและหัวชาร์จให้มาในกล่อง

โดยปกติตัวหูฟังสามารถใช้งานต่อเนื่องได้นาน 16 ชั่วโมงต่อการชาร์จไฟจนเต็ม 1 รอบ และแบตเตอรี่เคสเมื่อได้รับการชาร์จไฟจนเต็ม ก็สามารถใช้ชาร์จไฟให้กับหูฟังได้อีก 1 รอบ

ในตัวเคสยังมีไฟแสดงสถานะการชาร์จและระดับพลังงานในตัวเคสปรากฏอยู่ด้วย ซึ่งในแง่ของการออกแบบต้องชื่นชมว่าโบสออกแบบในส่วนนี้ได้สวยงามดูดีจริง ๆ ครับ

หลังจากศึกษาการทำงานเบื้องต้นและชาร์จไฟกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมได้ลองใช้งาน sleepbuds วันละ 6-8 ชั่วโมง เป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ พบว่ามันทำให้คุณภาพการนอนของผมดีขึ้นอย่างชัดเจนครับ หลับได้ลึกขึ้น มีการฝันระหว่างนอนหลับน้อยลง ทำให้นอนหลับได้สนิทมากขึ้น

เสียงรบกวนภายนอกอย่างเสียงเพลงในยามเช้าหรือเสียงสุนัขของเพื่อนบ้าน หรือเสียงรถขายกับข้าวที่วิ่งผ่านหน้าบ้านในช่วงเช้า ไม่สามารถรบกวนการนอนของผมได้เหมือนอย่างที่เคย

ที่จริงแล้วไม่ต้องรอให้ถึงหนึ่งสัปดาห์หรอกครับ แค่ 2-3 คืนแรกของการใช้งานผมก็รู้สึกได้แล้วว่ามันดีกว่าที่ผมคิด อย่างน้อยมันก็ไม่ได้เกะกะหรือเป็นส่วนเกินเลย ไม่ว่าจะนอนในท่าทางอย่างไร แม้กระทั่งท่านอนตะแคงหันข้าง

ซึ่งคุณสมบัตินี้ผมมั่นใจว่ายังไม่มีหูฟัง True Wireless ตัวไหนทำได้ดีเท่า แม้แต่ Samsung Galaxy Buds ที่ผมคิดว่ามันเล็กและเบามากแล้วก็ยังเทอะทะไปหน่อย เมื่อเทียบกับ Bose sleepbuds ! (Galaxy Buds หนัก 6 กรัม Bose sleepbuds หนักแค่ 2.3 กรัม)

ข้อดีประการต่อมาของ Bose sleepbuds ก็คือ การจับคู่และเชื่อมต่อที่ง่ายมาก เวลาจะใช้งานก็แค่หยิบหูฟัง sleepbuds ออกจากเคส มันจะเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนที่ได้จับคู่ไว้โดยอัตโนมัติ จากนั้นอีกไม่กี่วินาทีก็พร้อมใช้งาน

เมื่อเลิกใช้งานก็แค่เก็บกลับคืนเข้าไปในเคส หูฟัง sleepbuds ก็ปิดการใช้งานและตัดการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องมากดปุ่มเปิด-ปิดอะไรให้วุ่นวาย

ในกรณีที่ใช้งานโหมด Phone-Free ตามที่ได้กล่าวถึงในหัวข้อก่อนหน้านี้ มันก็จะยิ่งใช้ง่ายและสะดวกมากขึ้นไปอีก

สำหรับความรู้สึกจากการใช้งานจริง ลำพังแค่ใส่หูฟัง sleepbuds เฉย ๆ ผมก็รู้สึกได้ถึงความเงียบในระดับหนึ่งแล้วนะครับ แต่การเสริมเสียงบรรยากาศเข้าไปมันทำให้เรามีสมาธิมากขึ้น ความคิดฟุ้งซ่านน้อยลง และที่น่าสนใจคือเสียงบรรยากาศที่เขาให้มามันฟังดูเป็นธรรมชาติกว่าที่ผมเคยได้ยินจากแอปฯ “Relax Melodies: Sleep Sounds” ในสมาร์ทโฟนที่ผมได้กล่าวถึงไว้ข้างต้น

มันเป็นเสียงที่โปร่งเบากว่า ให้มิติเสียงกว้างกว่า ทำให้เสียงที่เราได้ยินนั้นฟังดูเป็นธรรมชาติกว่าเยอะครับ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมันถูกปรับแต่งมาพร้อมกับตัวหูฟัง sleepbuds ตั้งแต่ต้นนั่นเอง

เมื่อเครื่องเสียงให้ประโยชน์มากกว่าความบันเทิง
นี่อาจเป็นครั้งแรกที่ผมรีวิวเครื่องเสียงแล้วไม่ได้พูดถึงคุณภาพเสียงในแง่มุมที่คุ้นเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเนื้อเสียง ความดัง ความถี่ มิติ เวทีเสียงหรือไดนามิกของเสียง

นี่อาจเป็นครั้งแรกที่ผมรีวิวหูฟังแล้วรู้สึกเหมือนกำลังรีวิวอุปกรณ์ประเภท health care มากกว่าอุปกรณ์ไฮไฟ

จากที่ผมบอกเล่ามาทั้งหมดนั้น ชัดเจนว่า Bose sleepbuds ทำหน้าที่ของมันได้อย่างดี ดีจนผมเองต้องเปลี่ยนความคิด จากที่เคยคิดว่า… ทำไมโบสถึงเพิ่งทำสิ่งที่เคยมีอยู่แล้วและมีมานานแล้วออกมาในเวลานี้

กลายเป็นว่าโบสได้ทำให้สิ่งที่มีอยู่แล้วนั้น มีความเบ็ดเสร็จสมบูรณ์มากขึ้น และสามารถนำไปใช้งานได้อย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ของที่แค่เอาไว้ทดลองเล่นเป็นประสบการณ์

อย่างไรก็ดี การนอนที่มีคุณภาพนั้นประกอบไปด้วยปัจจัยหลายอย่าง หลัก ๆ ก็เช่น เรื่องของสุขภาพ, อาหารการกิน, อารมณ์และความเครียด ตลอดจนเรื่องของสภาพแวดล้อมในการนอน บางปัจจัยเราก็ไม่อาจกำหนดหรือควบคุมมันได้ตลอดเวลา

ดังนั้นหากว่าปัจจัยเรื่องของสภาพแวดล้อมในการนอนนั้นกำลังเป็นปัญหา โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวกับเสียงโดยตรง ผมแนะนำให้ลองพิจารณา Bose sleepbuds ไว้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการแก้ปัญหา ก็น่าจะดีนะครับ เพราะปัญหาอาจจบได้ง่าย ๆ และใช้งบประมาณน้อยกว่าการแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่นก็เป็นได้ครับ


จัดจำหน่ายโดย
บริษัท อัศวโสภณ จำกัด (www.asavasopon.co.th)
โทร. 0-2266-8136-8, 0-2234-6467-8 (สำนักงานใหญ่สี่พระยา)
ราคา 11,900 บาท

มนตรี คงมหาพฤกษ์

บรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เริ่มต้นจากความหลงใหลงานอิเล็กทรอนิกส์ ดี.ไอ.วาย. จากนั้นก็มาชอบเครื่องเสียง เล่นทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังจริงจังกับเรื่อง Voice Assistant และ AI

มนตรี คงมหาพฤกษ์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.