รีวิว Devialet : 170

วิทยาการทุกแขนงที่มนุษย์เราเรียนรู้และสั่งสมมาตั้งแต่อดีตนั้นเป็นความรู้และหลักการที่กอปรขึ้นมาจากการอ้างอิงด้วยพื้นฐาน analog ทั้งสิ้น ในขณะที่ความคิด ความต้องการ และจิตนาการของมนุษย์ได้เพิ่มพูนยิ่งขึ้นมาตลอดจนถึงจุดที่วิทยาการทางด้านอะนาล็อกเทคโนโลยี่ไม่สามารถตอบสนองกับการพัฒนาได้อีกแล้ว

นั่นคือเวลาที่มนุษย์เราเริ่มนำเอาหลักการพื้นฐาน digital เข้ามาใช้ในการพัฒนาเพื่อต่อยอดจากพื้นฐาน analog เดิมขึ้นไป อินทิเกรตแอมป์ตัวนี้คือผลพวงจากการใช้วิทยาการทางด้านดิจิตัลในการออกแบบ โดยอาศัยหลักคิดในการออกแบบด้วยพื้นฐานอะนาล็อกเดิมเป็นแนวทาง ผลลัพธ์คือ อุดมคติของแอมป์เพียว class A ซึ่งเป็นที่สุดของวงจรขยายสัญญาณแบบอะนาล็อกดีไซน์ที่ไม่มีข้อจำกัดทางเทคนิคอีกต่อไป!

ADH = Analog Digital Hybrid “The best of both worlds!”
ถ้าอะไร ๆ ที่คุณได้ยินมาจากที่ไหน ๆ ทำให้เข้าใจว่า Devialet 170 ตัวนี้เป็นดิจิตัลแอมป์ล่ะก้อ.. ผมอยากจะขอบอกว่า คุณเข้าใจผิดแล้วครับ! เพราะถ้าแอมป์ดิจิตัลที่คุณเข้าใจนั้นหมายถึงแอมป์ class D (หรือ PWM) หรือสวิทชิ่ง แอมปลิฟายที่มีโครงสร้างการทำงานที่ค่อนข้างสลับซับซ้อน เต็มไปด้วยวงจรฟิลเตอร์มากมายแล้วล่ะก้อ.. ต้องขอบอกอีกทีว่านั่นไม่ใช่ลักษณะการทำงานของแอมป์ตัวนี้ครับ

ถ้าจะให้อธิบายสั้น ๆ ถึงลักษณะการทำงานของภาคขยายของแอมป์ตัวนี้ ขออนุญาตอธิบายสั้น ๆ แบบนี้ว่า Devialet 170 ตัวนี้คือแอมป์ที่ใช้ภาคขยายสัญญาณแบบ class A ในการ “ขยายสัญญาณอินพุต” ที่มีโวลเตจต่ำ ๆ (voltage amplification) ให้ขึ้นมาอยู่ที่ระดับไลน์เลเวล เหตุที่เลือกใช้ภาคขยายแบบ class A ก็เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของสัญญาณเดิมเอาไว้

จากนั้นก็อาศัยภาค “ขยายกำลัง” แบบ class D (current amplification) ในการขับดันสัญญาณอินพุตที่ถูกขยายด้วยแอมป์คลาส เอข้างต้นให้มีกำลังมากพอที่จะสามารถพุ่งออกไปขับดันโหลด (ลำโพง) ให้ได้ความดัง (SPL) ตามระดับวอลุ่มที่เราปรับเลือกในขณะนั้น ๆ แอมป์ class A และ class B

ในยุคเพียวอะนาล็อกในอดีตนั้น ทำให้เราต้องเวียนว่ายอยู่ในวังวนของปรากฏการณ์ “ได้อย่าง-เสียอย่าง” มาโดยตลอด เรียกว่าถ้าชอบเสียงที่มีความต่อเนื่องราบเรียบและลื่นไหลไร้รอยต่อก็ต้องดีไซน์ภาคขยายของแอมป์เป็นแบบ class A แท้ ๆ

แต่ก็ต้องยอมรับว่ากำลังขับที่ได้จะไม่เยอะ ไม่สมดุลกับทรัพยากรอิเล็กทรอนิคที่เราทุ่มเทลงไป เครื่องจะร้อนมากเพราะมีกระแสไฟไหลผ่านทรานซิสเตอร์ทั้งซีกบวกและซีกลบตลอดเวลาไม่ว่าจะมีสัญญาณอินพุตผ่านเข้ามาที่วงจรขยายหรือไม่ก็ตาม

ส่งผลให้เกิดความสูญเสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์จำนวนมาก ประสิทธิภาพในการควบคุมลำโพงก็ค่อนข้างต่ำ เพราะให้แด๊มปิ้งแฟ็คเตอร์ไม่แยะ เจอลำโพงที่แข็งขืนหน่อยก็จะออกแนวป้อแป้ ไม่มีกำลังพอในการควบคุมการขยับตัวของกรวยไดรเวอร์ เสียงที่ได้ก็จะขาดความกระชับ หัวเสียงไม่คม โดยเฉพาะในย่านเสียงทุ้ม แต่ก็ใช่ว่าการออกแบบแอมป์ class A ให้มีกำลังเยอะ ๆ จะไม่สามารถทำได้

ในทางเทคนิคสามารถทำได้ แต่เทียบกับความสูญเสียแล้ว กำลังที่ได้มาไม่คุ้มต่อการทำครับ ในอดีตนั้น นักออกแบบแอมป์ฯ พยายามแก้ปัญหาจุดอ่อนเหล่านี้ของ class A ให้หายขาดด้วยการเปลี่ยนไบอัสวงจรขยายของแอมป์ไปทาง class B แทน ซึ่งมีพฤติกรรมในการทำงานที่ตรงข้ามกับคลาส เอ คือถ้าไม่มีสัญญาณอินพุตผ่านเข้ามาในวงจรขยายก็จะไม่ป้อนกระแสให้กับทรานซิสเตอร์ มีสัญญาณอินพุตเข้ามาทางทรานซิสเตอร์ซีกไหน (บวกหรือลบ) ก็ป้อนกระแสให้เฉพาะซีกนั้นสลับกันไป

วิธีนี้จะทำให้ได้กำลังขับที่สูงมากเมื่อเทียบกับการใช้ทรัพยากรในปริมาณที่ใกล้เคียงกับการออกแบบวงจรขยายแบบคลาส เอ แต่ท้ายสุดแล้ว แม้ว่าวงจรขยายแบบคลาส บีจะให้กำลังดีกว่า ให้แรงกระแทกกระทั้นมากกว่า ฉับไวมากกว่า แต่ในขณะเดียวกัน ก็ต้องยอมแลกกับคุณสมบัติของความต่อเนื่องราบเรียบและลื่นไหลไร้รอยต่อของเสียงที่จะอ่อนด้อยลงไปด้วย

ในยุคอะนาล็อกที่ผ่านมานั้น ก็ได้มีนักออกแบบแอมปลิฟายที่พยายามผสมข้อดีของวงจรขยาย class A กับวงจรขยาย class B เข้าด้วยกัน เรียกว่า class AB คือป้อนกระแสไฟเลี้ยงปริมาณอ่อน ๆ (ทำ class A ที่กำลังต่ำ ๆ) ให้กับทรานซิสเตอร์ทิ้งคาไว้ตลอดเวลา แม้ในขณะที่ยังไม่มีสัญญาณอินพุตผ่านเข้ามาในวงจร

ทั้งนี้เพื่อเป็นการวอร์มอัพให้ตัวทรานซิสเตอร์อยู่ในสภาวะ standby พร้อมทำงานเร็วที่สุดเมื่อมีสัญญาณอินพุตผ่านเข้ามาในวงจรและจะเปลี่ยนไปทำงานในรูปแบบ clas B ที่ระดับความดัง (อัตราขยาย) สูงขึ้น

ซึ่งเสียงที่ได้ก็มีความต่อเนื่องลื่นไหลคล้ายคลาส เอมากขึ้นที่ระดับความดังต่ำ ๆ วงจรขยาย class AB ลักษณะที่ว่านี้เป็นรูปแบบของวงจรขยายที่ได้รับความนิยมมากที่สุดต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้

ในช่วงต่อมา มีนักออกแบบแอมปลิฟายหลายคนเริ่มค้นพบข้อเท็จจริงว่า ปัญหาของคุณภาพเสียงที่ไม่ดีนั้น แท้จริงแล้ว ต้นเหตุไม่ได้มาจากรูปแบบของวงจรขยายทั้งหมด แต่ยังมีตัวแปรอีกตัวหนึ่งในกระบวนการแอมปลิฟิเคชั่นที่ส่งผลต่อคุณภาพเสียงอย่างมาก ไอ้โม่งตัวนั้นก็คือ “ภาคเพาเวอร์ซัพพลาย” นั่นเอง

ธานี โหมดสง่า

นักเขียนอาวุโสมากประสบการณ์ เจ้าของวลี "เครื่องเสียงและดนตรีคือชีวิต"

ธานี โหมดสง่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.