รีวิว Huawei : MediaPad M5 8.4″

แม้ว่าความถี่ในการนำเสนอแท็บเล็ตรุ่นใหม่ ๆ ออกมาในตลาดของ Huawei จะไม่ได้มากเท่ากับสมาร์ทโฟนของพวกเขา ทว่าแทบทุกครั้งที่ออกมามันก็มีจุดเด่นเฉพาะตัวที่ชัดเจนเสมอโดยเฉพาะแท็บเล็ตในกลุ่ม High Performance ล่าสุดกับ Huawei MediaPad M5 ก็เช่นกัน

Huawei MediaPad M5 มาในรูปลักษณ์ที่สวยเด่นสะดุดตา จอภาพ IPS LCD ความละเอียด 2K (2,560 x 1,600 พิกเซล) ที่มีให้เลือก 2 ขนาดหน้าจอคือ 8.4 นิ้ว และ 10.8 นิ้ว

โดยรุ่น 10.8 นิ้วยังแบ่งออกเป็น 2 รุ่นย่อยคือ 10.8 นิ้วรุ่นปกติ (MediaPad M5 10.8”) และ 10.8 นิ้วรุ่นโปร (MediaPad M5 Pro 10.8”) ซึ่งผมได้ทำ Exclusive Preview ไปก่อนหน้านี้แล้วในช่วงที่เปิดตัวในประเทศไทย

หลังจากนั้นทางหัวเว่ย ประเทศไทย ก็ได้ส่งรุ่น 8.4 นิ้ว ซึ่งเป็นน้องเล็กในตระกูลเดียวกันมาให้ลองเล่นกันด้วย แม้จะมีขนาดเล็กกว่า ไม่รองรับปากกา M-Pen และไม่มีออปชันอย่าง Pogo-Pin ให้ต่อเชื่อมกับอุปกรณ์เสริม แต่น้องเล็กตัวนี้ก็พกเอาทีเด็ดติดตัวมาอย่างอู้ฟู่ โดยเฉพาะคุณสมบัติในด้าน “ภาพและเสียง”

จอกระจก 2.5D ภาพสวย คมชัด จัดเต็มพลังเสียงจาก Harman Kardon
เช่นเดียวกับใน MediaPad M5 / M5 Pro รุ่น 10.8 นิ้ว แท็บเล็ต 8.4 นิ้วตัวนี้มีพร้อมกับดีไซน์ที่สวยงามสะดุดตา กระจกกันรอยหน้าจอเป็นกระจกแบบ 2.5D ที่ขอบเป็นมุมโค้งมนรับกันพอดีกับบอดี้ที่เป็นอะลูมิเนียมชิ้นเดียว (uni-body) ตัวเครื่องบางเพียง 7.3 มิลลิเมตร บางกว่าสมาร์ทโฟนหลายรุ่นเสียอีก น้ำหนักเบาแค่ 3 ขีดนิด ๆ (316 กรัม)

งานประกอบเครื่องมีความประณีตเรียบร้อยและแน่นหนาแข็งแรง ตัวเครื่องมี 2 สีให้เลือกใช้คือ สีเทาสเปซเกรย์อย่างเครื่องตัวที่รีวิวอยู่นี้ และ สีทองแชมเปญโกลด์ ซึ่งขอบหน้าจอจะเป็นสีขาวสะอาดตา

กระจกหน้าจอแบบ 2.5D ทำให้ MediaPad M5 มีความเรียบหรูเพิ่มขึ้น
ตัวเครื่องอะลูมิเนียม uni-body

MediaPad M5 เป็นแท็บเล็ตที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบในแง่ของขนาดและน้ำหนัก ดีไซน์ขอบจอได้บางไม่เสียพื้นที่โดยเปล่าประโยชน์ เสียดายว่าขอบด้านบนและด้านล่างนั้นมีความกว้างแตกต่างกันชัดเจน ทำให้เวลาดูจอในแนวนอนอาจจะไม่ดูลงตัวเท่ากับรุ่น 10.8 นิ้ว

ปุ่มโฮมของเครื่องนั้นเหมือนกับรุ่น 10.8 นิ้ว คือเป็นปุ่มแบบสัมผัสใช้งานได้ทนทาน มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือในตัว ที่ด้านหลังเครื่องจะเห็นเลนส์กล้องหลังขนาดใหญ่ที่ปูดนูนออกมาจากฝาหลังเหมือนกับรุ่น 10.8 นิ้ว ซึ่งสเปคฯ ทั้งกล้องหลังและกล้องหน้าของรุ่น 8.4 นิ้วและ 10.8 นิ้วจะเหมือนกันคือ กล้องหลังความละเอียด 13MP ออโตโฟกัส คุณภาพดีปานกลาง สามารถใช้ถ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ไม่ถึงกับแย่แต่ก็ไม่ได้ดีมากเหมือนสมาร์ทโฟนสมมัยใหม่ ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 8MP เพียงพอสำหรับการใช้งาน video call แน่นอน

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังในสภาพแสงกลางแจ้งและสภาพแสงค่อนข้างน้อย ถือว่าพอใช้งานได้

ที่ขอบเครื่องด้านบนและล่างจะเห็นช่องลำโพงเป็นแถวยาว แยกเป็นระบบเสียงสเตริโอ ถ้าเปรียบเทียบกับในรุ่น MediaPad M3 เดิมที่มีหน้าจอเท่ากันและระบบเสียง Harman Kardon เหมือนกัน จะเห็นว่าช่องลำโพงของ M5 มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็นเท่าตัว ใกล้ ๆ กันจะมีเส้นสีเทาอ่อนเป็นแถบคาดอยู่ นั่นคือตำแหน่งของเสาอากาศรับสัญญาณ Cellular

ลำโพงสเตริโอของ MediaPad M5 8.4 นิ้ว ตัวนี้เสียงดีมากครับ ดีเหมือน MediaPad M5 Pro รุ่น 10.8 นิ้วที่ผมเคยชมเอาไว้ก่อนหน้านี้ จะดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นเกม พูดได้เลยว่านี่คือ “เสียงที่มีคุณภาพสูง” ภายใต้ข้อจำกัดทางกายภาพ

ลำโพงคู่ใน MediaPad M5 ให้คุณภาพเสียงที่ดีมาก

เมื่อเทียบกับแท็บเล็ต 8.4 นิ้วเท่ากันที่ผมเคยประทับใจในรุ่น M3 ไว้แค่ไหน มาในรุ่นนี้ให้ทวีคูณมากขึ้นไปอีก 2 เท่าเป็นอย่างต่ำ ไม่เสียทีที่แปะป้าย Harman Kardon มาเพื่อการันตีในคุณภาพเสียง แม้ว่าเสียงที่ได้จะไม่ได้กระหึ่มหนักแน่นเหมือนอย่างเวลาต่อลำโพงดี ๆ ข้างนอก แต่เสียงที่ได้จากลำโพงตัวน้อยในแท็บเล็ตรุ่นนี้ ก็ไม่ใช่เสียงที่ดังแบบเจี๊ยวจ๊าวแสบหูน่ารำคาญเหมือนแท็บเล็ตโลว์เกรดแน่นอน

ชื่อ Harman Kardon การันตีในคุณภาพด้านระบบเสียง

และด้วยความที่ผมเคยไปเยือนห้องทดสอบวิจัยผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ยมาแล้ว ส่วนวิจัยเรื่องระบบเสียงของเขาดูจริงจังกว่าผู้ผลิตลำโพงไฮไฟเล็ก ๆ บางรายเสียอีก ยิ่งผนวกรวมกับฝ่ายวิจัยของบริษัท Harman ซึ่งผมก็เคยไปเยือนห้องวิจัยเสียงคุณภาพระดับโลกของเขามาแล้ว ผมก็ยิ่งมั่นใจว่าสิ่งที่ปรากฏในแท็บเล็ตเครื่องนี้มีที่มาที่เชื่อถือได้ และไม่ใช่ความบังเอิญ (ฟลุ้ค) อย่างแน่นอน

ไม่ใช่แค่ลำโพงที่ให้คุณภาพเสียงดีเกินเกินขนาดตัวเครื่องไปมาก ช่วงหนึ่งผมยังมีโอกาสได้ใช้แท็บเล็ตตัวนี้พูดคุยสนทนาซึ่งต้องเปิดเป็นสปีคเกอร์โฟนเป็นแฮนด์ฟรี หรือเชื่อมต่อกับ Bluetooth Headset เพราะมันไม่มีลำโพงเอียร์พีชเหมือนกับสมาร์ทโฟนทั่วไปให้ฟังเสียงแบบแนบข้างหู

ซึ่งในกรณีของผมเป็นแบบแรกคือเปิดสปีคเกอร์โฟน คู่สนทนาของผมบอกว่าเสียงจากไมค์ของแท็บเล็ตตัวนี้มีความชัดเจนดีแต่ในกรณีที่ผมอยู่ในสภาพแวดล้อมที่จอแจ ผมอาจจะต้องพูดใกล้ ๆ ตัวเครื่องสักหน่อยเพื่อเอาชนะเสียงรบกวนเหล่านั้น

ขุมกำลังขนาดใหญ่ ในเครื่องขนาดกะทัดรัด
จะว่าไปแล้ว MediaPad M5 8.4 นิ้วเครื่องนี้ก็ทำให้นึกถึงรถยนต์ประเภท hot hatch หรือรถยนต์แฮทช์แบ็คคันเล็กที่วางเครื่องยนต์แรง ๆ มาในตัว มันมาพร้อมกับชิปประมวลผลตัวแรงแบบ 64 bit 8 แกน รหัส Kirin 960 ของหัวเว่ยเอง ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 8.0 + EMUI 8.0 หน่วยความจำ RAM 4GB ROM 32GB (เพิ่มความจุได้ทางช่องใส่ MicroSD Card)

ผลการทดสอบสมรรถนะและตรวจสอบเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ที่มีในเครื่อง

แท็บเล็ตรุ่นนี้รองรับการเชื่อมต่อสัญญาณไร้สายทั้ง Cellular (รองรับซิมแบบนาโน, LTE), Wi-Fi AC Dual-Band (2.4GHz/5GHz) และ Bluetooth 4.2 มีพอร์ตเชื่อมต่อสัญญาณและชาร์จแบตเตอรี่แบบ USB Type-C (รองรับชาร์จเร็ว) แบตเตอรี่ลิเธียมโพลีเมอร์ในตัวความจุ 5,100 mAh เช่นเดียวกับรุ่น 10.8 นิ้ว แท็บเล็ตตัวนี้จะไม่มีช่องเสียบหูฟัง 3.5mm แต่จะให้ตัวแปลง USB Type-C เป็น 3.5mm มาด้วยเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน แต่จะไม่มีชุดหูฟังให้มาด้วยนะครับ

อุปกรณ์มาตรฐานที่มาพร้อมกับตัวเครื่อง
ช่องใส่ซิมและ MicroSD Card

ด้วยความที่หัวเว่ยไม่ได้ลดสเปคฯ ในส่วนของภาคประมวลผลลงมาจากรุ่นหน้าจอ 10.8 นิ้ว ทำให้แท็บเล็ต 8.4 นิ้วตัวนี้ เร็วและแรงจี๊ดจ๊าดไม่เป็นรองแม้กระทั่งรุ่น Pro ที่ราคาสูงกว่า ดังจะสังเกตได้จากในเวลาใช้งานจริงที่ให้ประสบการณ์ความลื่นไหลไม่ได้เป็นรองรุ่นใหญ่เลยแม้แต่น้อย

นอกจากนั้นหากพิจารณาให้ดี ๆ จะพบว่าด้วยความที่มันมีความละเอียดของหน้าจอเท่ากับรุ่น 10.8 นิ้ว แต่จอมีขนาดเล็กกว่าทำให้มันมีความละเอียดต่อพื้นที่หรือ pixel per inch มากกว่า (359 ppi กับ 280 ppi) ทำให้มันแสดงรายละเอียดภาพส่วนเล็ก ๆ ออกมาได้คมชัดกว่า เวลาอ่าน e-book หรือท่องเว็บไซต์เจอฟอนต์ขนาดเล็กก็ไม่ต้องหยีตาเพ่งกันจนเมื่อย หลังจากได้ลองใช้เองแล้วต้องเรียนกันตามตรงว่าแท็บเล็ตรุ่นนี้ให้ประสบการณ์ใช้งานในส่วนนี้ได้น่าประทับใจมากครับ

จะอ่าน e-book หรือท่องเว็บ ก็ทำได้น่าประทับใจ

ที่ว่าน่าประทับใจเพราะผมสามารถถือมันอย่างมั่นใจได้ด้วยมือข้างเดียว เหมือนถือพ็อคเก็ตบุ๊กเล่มหนึ่ง โดยไม่ต้องกางมือออกกว้างเท่ากับตอนที่ถือ iPad mini 4 ดังนั้นมันจึงเหมาะมากกับน้อง ๆ ผู้หญิงที่มือเล็กกว่าผมใช้แล้วไม่ต้องกลัวนิ้วล็อคหรือเผลอทำหลุดมือง่ายเหมือนแท็บเล็ตที่มีขนาดใหญ่กว่า

ย่อส่วนสมาร์ททีวีมาไว้ในฝ่ามือ

สำหรับคอหนังซีรีส์หรือสายเล่นเกมแท็บเล็ตรุ่นนี้จะให้ความประทับใจมากกว่าด้วยเหตุผลดังนี้ มันจับถนัดมือกว่ารุ่น 10.8 นิ้ว ให้ภาพที่คมชัด กราฟฟิกที่ไหลลื่นตระการตา เมื่อประกอบกับลำโพงสเตริโอในตัวที่ให้พลังเสียงออกมาน่าทึ่งมาก ทำให้การดูหนังหรือเล่นเกมจากตัวเครื่องโดยตรงแล้วเปิดเสียงออกลำโพงในตัว ผมมั่นใจว่ามันจะให้ประสบการณ์ที่เร้าใจได้เกินคาดอยู่เหมือนกัน

Hi-Res Audio โบนัสสำหรับคนรักการฟังเพลง
ถ้าสังเกตให้ดีบนกล่องของ MediaPad M5 จะมีโลโก้ “Hi-Res Audio” โชว์หราอยู่ที่หน้ากล่อง ด้วยความคุ้นเคยกับมันผมทราบได้ทันทีว่า แท็บเล็ตรุ่นนี้ได้ถูกออกแบบมาให้รองรับการฟังเพลงด้วยระบบเสียงรายละเอียดสูงด้วย

โดยคุณสมบัตินี้มาพร้อมกับแอปฯ เล่นเพลงที่มากับตัวเครื่องเลยครับ มันรองรับไฟล์เสียงยอดนิยมทั้งในฟอร์แมต MP3, FLAC, WAV, OGG, MIDI, 3GP, AAC และอื่น ๆ

ที่ผมได้ลองทดสอบด้วยไฟล์เพลงรายละเอียดสูง PCM 24bit/192kHz (FLAC) โดยเล่นผ่านแอปฯ เล่นเพลงที่มากับเครื่อง และรีเช็คอีกครั้งด้วยแอปฯ เล่นเพลงขั้นเทพอย่าง USB Audio Player Pro พบว่ามันสามารถ playback และถอดรหัสไฟล์เสียงระดับนี้ได้โดยตรงด้วยชิป DAC ในตัวเครื่องเอง และชิป DAC ที่อยู่ในตัวแปลง USB Type-C เป็น 3.5mm

รองรับ Hi-Res Audio แน่นอน

นั่นหมายความว่า ไม่ว่าเราจะฟังเพลงจากลำโพงในตัวของ M5 หรือฟังจากช่องเสียบหูฟังของตัวแปลง เราก็จะได้คุณภาพในระดับ Hi-Res Audio อย่างแท้จริง ส่วนจะฟังดีแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติและความสามารถของตัวกลางในการถ่ายทอดเสียงเหล่านั้นออกมาจนถึงโสตประสาทของเรา อย่างน้อยผมเชื่อว่าในระดับราคานี้ โดยที่ไม่ต้องใช้ตัวช่วย MediaPad M5 จะเป็นแท็บเล็ตที่ใช้ฟังเพลงได้อย่างมีคุณภาพ มีเนื้อหาสาระในส่วนของคุณภาพเสียง ไม่เป็นรองใครอย่างแน่นอน

ลองฟังไฟล์เสียงรายละเอียดสูง 24bit/192kHz

คุ้มคาน่าซื้อไหม?
ด้วยระดับราคาที่ทางหัวเว่ยประเทศไทยเปิดตัวออกมา ในทางหนึ่งถือว่าเป็นการท้าชนคู่แข่งอย่าง iPad 6th Generation (2018) และเมื่อมองที่ขนาดมันก็มี iPad mini 4 ที่เป็นตัวเทียบเคียงกันมาตั้งแต่รุ่น M3

ในแง่ของการใช้งานเพื่อ productivity หรือการใช้เพื่อสร้างงาน แน่นอนว่า iPad 6th Generation (2018) ซึ่งมีหน้าจอใหญ่กว่าเล็กน้อยและรองรับการเขียนด้วย Apple Pencil นั้นได้เปรียบแน่นอนครับ ยังไม่นับเรื่องของระบบปฏิบัติการ iOS ที่มีการออกแบบมาสำหรับใช้งานกับแท็บเล็ตโดยเฉพาะ

ถ้ามองในเรื่องนี้ MediaPad M5 Pro 10.8 นิ้ว ที่รองรับทั้งปากกา M-Pen และคีย์บอร์ดเคสที่เชื่อมต่อกับ Pogo-Pin น่าจะตอบโจทย์การใช้งานได้มากกว่า ยืดหยุ่นและคล่องตัวกว่า

แต่ถ้าพูดถึงเรื่องคุณภาพเสียงของลำโพงในตัว ดูเหมือนว่า iPad ทั้งสองรุ่นที่ว่ามาจะไม่ใช่คู่แข่งของ MediaPad M5 อย่างแน่นอนครับเพราะมันห่างชั้นกันมากเกินไป ไม่ว่าจะ M5 เป็นรุ่น 10.8 นิ้วหรือ 8.4 นิ้ว สุ้มเสียงของลำโพงในตัวดีกว่า iPad ทั้งสองรุ่นโดยสิ้นเชิง

กลับมาที่คำถามว่า คุ้มค่าน่าซื้อไหม?

สำหรับ Huawei MediaPad M5 8.4 นิ้ว ผมมองว่ามันไม่ได้มาเพื่อให้เราใช้แทนที่ Laptop เหมือนกับรุ่น Pro แต่มันถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เราใช้งานเป็นสมาร์ททีวีและมินิไฮไฟซิสเตมแบบพกพามากกว่าครับ ใครที่กำลังมองหาแท็บเล็ตที่มีคุณสมบัติเหล่านี้อยู่ นาทีนี้จัดว่า Huawei MediaPad M5 8.4 นิ้ว มีความคุ้มค่าน่าซื้อมิได้เป็นรองใคร ซื้อไปใช้รับรองว่า Happy & Enjoy แน่นอนครับ !


นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด
ราคา 13,990 บาท*

*Huawei MediaPad M5 สี Space Gray จะเริ่มวางจำหน่าย
อย่างเป็นทางการในวันที่ 24 สิงหาคมนี้

มนตรี คงมหาพฤกษ์

บรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เริ่มต้นจากความหลงใหลงานอิเล็กทรอนิกส์ ดี.ไอ.วาย. จากนั้นก็มาชอบเครื่องเสียง เล่นทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังจริงจังกับเรื่อง Voice Assistant และ AI

มนตรี คงมหาพฤกษ์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.