รีวิว JBL : Cinema SB150

เวลาเราจะถอยทีวีเครื่องใหม่ป้ายแดงมาใช้ที่บ้าน หลังจากหาข้อมูล ไปลองชมที่ร้านหรือโชว์รูม จนกระทั่งเสร็จสิ้นกระบวนการซื้อขายกันแล้ว สิ่งหนึ่งที่เราอาจจะหลงลืมกันไปก็คือเรื่อง ‘ระบบเสียง’ เวลามองหาทีวีคนส่วนมากมองแค่ภาพคมชัดไหม สีสันเป็นอย่างไร คือเรามักจะให้ความสำคัญกับเรื่องของคุณภาพภาพหรือ video quality เป็นหลัก แต่อย่าลืมว่าการรับชมทีวีให้ได้อรรถรส คุณภาพของภาพและเสียง ‘ควรจะ’ ต้องได้รับการพิจารณาควบคู่กันไป

และอย่างที่เราทราบกันดีว่าในปัจจุบันทีวีส่วนใหญ่โดยเฉพาะที่จอแบน ๆ บาง ๆ มักจะมีข้อจำกัดมากในเรื่องของระบบเสียง เนื่องจากมีพื้นที่จำกัดเหลือเกินสำหรับการใส่ตัวลำโพงเข้าไป หนทางหนึ่งที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ก็คือ การเพิ่มระบบเสียงภายนอกผนวกเข้าไป ระบบเสียงภายนอกที่ว่านี้ก็มีตั้งแต่ระบบเสียงรอบทิศทางชุดใหญ่โต จนถึงชุดลำโพงซาวด์บาร์ขนาดย่อม แต่ละรูปแบบก็มีดีมีด้อยแตกต่างกันไป

ทว่าในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาต้องยอมรับว่ากระแสลำโพงประเภทซาวด์บาร์นั้นมาแรงเป็นพิเศษ เข้าใจว่าเพราะมันตอบโจทย์ความต้องการของคนส่วนใหญ่ได้ดี คือทำอย่างไรให้ได้เสียงที่ดีกว่าทีวี ใช้สะดวกเล่นง่ายและที่สำคัญต้องสบายกระเป๋า

ซาวด์บาร์ขนาดกะทะรัดจากเจบีแอล
ที่ผ่านมาเมื่อคิดถึงลำโพงซาวด์บาร์ ผมมักจะตั้งงบประมาณไว้ในใจคร่าว ๆ ตั้งแต่ 10,000-15,000 บาท เพื่อใช้กับทีวีในระดับกลางยอดนิยมเช่นทีวีจอกว้างตั้งแต่ 42-55 นิ้ว ลำโพงซาวด์บาร์ราคาต่ำกว่าหนึ่งหมื่นบาทลงไปนี่ต้องบอกว่ายังไม่ได้ค่อยเจอตัวที่ให้คุณภาพประทับใจจนอยากจะบอกต่อหรือเชียร์ให้ไปซื้อมาเล่น หลายรุ่นทำมาเหมือนจะตั้งใจใช้เป็นของแถมขายพ่วงไปกับทีวีก็มี

แต่สำหรับ JBL รุ่น Cinema SB150 ซึ่งเป็นลำโพงซาวด์บาร์รุ่นเล็กสุดของเจบีแอล เป็นอะไรที่แตกต่างตั้งแต่แรกเห็น ไม่ใช่เพียงเพราะมันติดยี่ห้อเจบีแอล แต่โหงวเฮ้งและองค์ประกอบของลำโพงรุ่นนี้มันเป็นอะไรที่แตกต่างเลยล่ะครับ SB150 เป็นชุดลำโพงระบบเสียง 2.1 แชนเนล ประกอบไปด้วยลำโพง 2 หน่วย

ลำโพงหลักเป็นแท่งซาวด์บาร์ความยาว 80 เซ็นติเมตร สูง 6.5 เซ็นติเมตร ลึก 9 เซ็นติเมตร น้ำหนัก 1.5 กิโลกรัม ตัวตู้ออกแบบให้มีท่อเบสเป็นช่องเปิดเล็ก ๆ บริเวณด้านข้างซ้าย/ขวาของตู้ วัสดุหลักของตัวตู้ทำจากพลาสติกเนื้อดี งานประกอบเรียบร้อยสมกับเป็นสินค้าแบรนด์ดัง

ลำโพงซับวูฟเฟอร์ไร้สายทรงสลิม

ตัวลำโพงซาวด์บาร์จะทำงานร่วมกับลำโพงแอคทีฟซับวูฟเฟอร์แบบตู้เปิดดีไซน์กะทัดรัด หน้ากว้างเพียง 12 เซ็นติเมตร สูง 41 เซ็นติเมตร ลึก 30 เซ็นติเมตร น้ำหนัก 4.2 กิโลกรัม ติดตั้งไดรเวอร์ขนาด 6.5 นิ้วไว้ที่ด้านข้างของตู้ลำโพง ด้านหลังเป็นท่อเปิดเบสรีเฟล็กซ์ขนาดใหญ่

ลำโพงแอคทีฟซับวูฟเฟอร์ตัวนี้ถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกับลำโพงหลักด้วยระบบไร้สาย ทั้งชุดมีการตอบสนองความถี่รวมตั้งแต่ 45Hz-20kHz ให้เสียงกระหึ่มด้วยภาคขยายเสียงกำลังขับรวม 150 วัตต์

SB150 มีวงจรประมวลผลเสียงดิจิตอลที่รองรับการถอดรหัสเสียง ‘Dolby Digital’ และมีโหมดปรับเสียง 3 โหมดให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสมนั่นคือโหมด Movie (ดูหนัง), Music (ฟังเพลง) และ News (ฟังข่าว) การเชื่อมต่อสัญญาณเสียงจากภายนอกสามารถทำได้ 3 ช่องทางด้วยกันคือ Optical (สัญญาณดิจิตอล), Aux In (สัญญาณอะนาล็อก) และ Bluetooth (สัญญาณดิจิตอลไร้สาย)

ในด้านการควบคุมสั่งงาน สามารถทำได้ผ่านปุ่มกดที่เรียงเป็นแถวอยู่บนตัวลำโพงซาวด์บาร์ หรือที่รีโมทคอนโทรลอินฟราเรดขนาดเล็กแบบคีย์การ์ด นอกจากนั้น SB150 ยังมีระบบปิดการทำงานอัตโนมัติ (Auto turn-off) เมื่อไม่มีสัญญาณเข้ามาเป็นระยะเวลาประมาณ 10 นาที เพื่อช่วยในการประหยัดพลังงาน

อุปกรณ์ครบ ติดตั้งง่าย ใช้งานได้เลย
SB150 มาในบรรจุภัณฑ์ที่เป็นกล่องกระดาษแบน ๆ สีสันสดใสสไตล์เจบีแอล เห็นตัวกล่องทีแรกนึกว่าเป็นกล่องทีวีครับ เพราะมันเป็นกล่องแบน ๆ (ฮา) นอกจากตัว soundbar, subwoofer และรีโมทคอนโทรลแล้ว ในกล่องยังมีอุปกรณ์มาตรฐานให้มาพร้อมใช้งาน

ไม่ว่าจะเป็นสายไฟเอซีที่มีหัวปลั๊กแบบต่าง ๆ อย่างละ 2 ชุด เนื่องจากตัว soundbar และ subwoofer จะใช้สายไฟเอซีแยกอิสระจากกัน, สายสัญญาณอะนาล็อก RCA Stereo to mini 3.5mmสำหรับ Aux In, สายดิจิตอล Optical, ชุดอุปกรณ์สำหรับยึดลำโพงซาวด์บาร์ไว้กับฝาผนัง ตลอดจนคู่มือและเอกสารต่าง ๆ เกี่ยวกับการรับประกัน

กล่องใส่ซาวด์บาร์ที่มองเผิน ๆ เหมือนกล่องทีวี

บนตัวซาวด์บาร์มีปุ่มกดอยู่ 6 ปุ่ม (เปิด/ปิด, เลือกอินพุต, ลดเสียง, เพิ่มเสียง, เงียบเสียง และจับคู่บลูทูธ) พร้อมทั้งไฟแสดงผลที่ซ่อนอยู่หลังตะแกรงหน้าตัวลำโพงซึ่งสามารถแสดงผลได้ 4 สี สีส้มคือ Standby, สีเขียวคือใช้งานอินพุต Aux, สีฟ้าคือใช้งานอินพุต Bluetooth และสีขาวคือใช้งานอินพุต Optical

สำหรับปุ่มควบคุมที่รีโมทคอนโทรลนอกจากปุ่มที่ทำหน้าที่เหมือนปุ่มบนตัวซาวด์บาร์แล้วยังมีปุ่มที่เพิ่มมาอีกหลายฟังก์ชั่นเช่น ปุ่มเลือกใช้/ไม่ใช้เสียงตอบรับการทำงานของฟังก์ชั่นต่าง ๆ (Audio Feedback), ปุ่ม BASS ปรับเพิ่ม-ลดปริมาณเสียงทุ้มของลำโพงซับวูฟเฟอร์ และปุ่มเลือกโหมดเสียง (Movie, Music, News) เวลาใช้งานจริงผมก็ใช้รีโมทคอนโทรลเป็นหลักล่ะครับ สะดวกดี ก่อนใช้งานรีโมทตัวนี้อย่าลืมดึงแผ่นพลาสติกใสตรงขั้วแบตเตอรี่แบบกระดุมออกเสียก่อน

ปุ่มควบคุมสั่งงานบนตัวซาวด์บาร์ และที่ตัวรีโมทคอนโทรลไร้สายขนาดเล็ก

จุดเชื่อมต่อสัญญาณเสียงทั้งหมดจะอยู่ที่ด้านหลังตัวลำโพงซาวด์บาร์ สำหรับพอร์ต USB ที่ด้านหลังลำโพงซาวด์บาร์นั้นไม่ได้มีไว้สำหรับสัญญาณเสียงนะครับ แต่มีไว้สำหรับอัพเดทซอฟต์แวร์เท่านั้น (For software update only)

ขั้วต่อต่าง ๆ ด้านหลังลำโพงซาวด์บาร์

การเชื่อมต่อแบบไร้สายระหว่าง soundbar และ subwoofer นั้นก็ง่ายกว่าที่คิดครับ เปิดลำโพงทั้งสองแล้วก็แค่กดปุ่ม ‘PAIR’ ที่อยู่ด้านหลัง subwoofer รอจนไฟแสดงผลใกล้ ๆ ปุ่ม ‘PAIR’ ติดสว่างต่อเนื่องเป็นสีส้ม ไม่กระพริบไปมา ก็เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการเชื่อมต่อไร้สายระหว่าง soundbar และ subwoofer แล้ว

สำหรับระยะห่างมากที่สุดระหว่าง soundbar และ subwoofer ตามสเปคฯ แจ้งไว้คือไม่เกิน 50 ฟุต หรือราว ๆ 15.3 เมตร แต่ในการใช้งานจริงไม่แนะนำให้วางห่างกันมากกว่า 3-5 เมตรเพราะอาจจะทำให้เสียงไม่กลมกลืนกันได้

เมื่อผมใช้ Cinema SB150 กับทีวี
ในขณะที่ผมคิดว่าทีวีสมัยใหม่เขาไม่ค่อยเน้นเรื่องคุณภาพเสียงมากนัก แต่นั่นก็เป็นเพียงมุมมองเฉพาะบุคคล เพราะถ้าหากเราได้ลองใช้งานกันจริง ๆ แล้วจะพบว่าทางผู้ผลิตทีวีเองเขาก็พยายามทำให้มันเสียงดีที่สุดภายใต้ข้อจำกัดนั่นแหละครับ

อย่างเช่นทีวีของ LG ที่ใช้งานทั่วไปอยู่ภายในสำนักงานของ GM2000 แม้ว่าลำโพงในตัวจะเหมาะเอาไว้ฟังข่าวอย่างเดียว เพราะสุ้มเสียงนั้นไม่อิ่ม ไม่แน่นและไม่กระหึ่มเอาซะเลย แต่ก็ยังสามารถปรับแต่งได้ประมาณหนึ่งจากเมนูเสียงของตัวทีวีเอง เช่นเดียวกับทีวีสมัยใหม่ที่มีเมนูเสียงให้ปรับแต่งได้ประมาณหนึ่งเช่นกัน

ปุ่มกดจับคู่ระหว่างตัวลำโพงซาวด์บาร์และซับวูฟเฟอร์ไร้สายที่ใช้งานแสนจะง่ายดาย
ด้านหลังตัวซับวูฟเฟอร์ยังเผยให้เห็นท่อเปิดเบสรีเฟลกซ์ขนาดใหญ่

แต่จากที่ผมได้ลองปรับก็พบว่า เสียงที่ได้จากลำโพงในตัวทีวีเองมีคุณภาพดีขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ยังฟังออกชัดว่าเป็นเสียงจากทีวีอยู่ เสียงยังไม่มีเนื้อไม่มีน้ำหนักเท่าที่ควร ยิ่งเปิดดังจะยิ่งรู้สึกว่าฟังดูเจี๊ยวจ๊าว แต่เมื่อเอา SB150 ต่อเพิ่มเข้าไปอย่างง่ายที่สุดโดยต่อสัญญาณเสียง Audio Out จากด้านหลังของทีวีมาเข้าที่ Aux In ของซาวด์บาร์ เสียงที่ได้ก็น่าฟังขึ้นเยอะเลยทีเดียวครับ

ผมลองต่อ Google Chromecast เข้ากับทีวีแล้วนั่งชมตัวอย่างหนังดังที่มีเอฟเฟ็คต์เสียงเทพ ๆ จากใน YouTube อย่างเช่นเรื่อง The Great Wall, Wonder Woman, หรือ Transformers: The Last Knight แค่นี้ก็ฟินมากแล้ว

จุดที่ลำโพงชุดนี้ทำให้เสียงดีขึ้นอย่างชัดเจนก็คือ น้ำเสียงที่เปิดลอยออกมาไม่จมอยู่ในตัวทีวี เป็นเสียงที่มีความคมชัดสดใส มีเสียงทุ้มที่ความอิ่มแน่นและมีเนื้อเสียงในภาพรวมที่เต็มอิ่มมากขึ้นในคราวเดียวกัน เป็นเสียงที่มีรายละเอียดดีขึ้นและมีเสียงทุ้มที่ฟังสนุกกว่าเดิม เรียกว่ากดฟังสลับไปมาระหว่างลำโพงในตัวทีวีเทียบกับ SB150 ก็ได้ยินความแตกต่างที่ชัดเจนมากจริง ๆ มากชนิดที่ว่าใคร ๆ ก็ฟังออกอย่างนั้นเลย

หลังจากเพิ่ม SB150 เข้าไป ไม่ว่าจะเป็นการดูรายการทีวีธรรมดาทั่วไป การสตรีมวิดีโอออนไลน์หรือดูหนังจากแผ่นบลูเรย์ทั่วไปก็ได้เสียงที่ฟังดีขึ้นเยอะเลยครับ เยอะชนิดที่ว่าลำโพงในตัวทีวีน่ะปิดเสียงไปได้เลยแบบถาวร!

ผมยังได้ลองต่อระบบเสียงของ SB150 กับเครื่องเล่นบลูเรย์ Cambridge Audio รุ่น azur 751BD ทางช่อง Optical Out ด้วย เสียงที่ได้จาก SB150 ก็ดียิ่งขึ้นไปอีกอย่างน้อยเป็นเท่าตัวครับเพราะการต่อเล่นแบบนี้ตัวลำโพงซาวด์บาร์มันจะรองรับการถอดรหัส Dolby Digital ด้วย ทั้งรายละเอียดและความเร้าใจของเสียงมันก็ดีขึ้นไปอีกอย่างชัดเจน

การเชื่อมต่อในระหว่างการใช้งานจริง คุณภาพเสียงดีเกินคาดจริง ๆ

ตัวลำโพงซับวูฟเฟอร์นั้นนอกจากจะมีอิสระในการวางเนื่องจากเป็นระบบไร้สายแล้ว ยังให้เสียงที่เกินคาดครับ ทีแรกผมเห็นว่ามันเป็นลำโพงซับวูฟเฟอร์ตัวเล็ก ๆ คงจะเน้นดีไซน์ให้จัดวางง่ายเป็นหลัก สุ้มเสียงคงไม่หนักแน่นสักเท่าไรกระมัง แต่พอใช้งานจริงแล้วเสียงมันไม่เล็กเลย เรียกว่าเกินตัวนิด ๆ เสียด้วยซ้ำครับ อีกทั้งยังเล่นได้ดังเพียงพอกับระยะนั่งห่างจากทีวีถึง 4-5 เมตรได้สบาย ๆ

ส่วนหนึ่งคงเป็นผลมาจากการออกแบบที่ไม่ได้ละเลยแม้แต่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ตัวตู้ที่ทำจากไม้และมีน้ำหนักพอสมควร ไม่ใช่เป็นไม้บาง ๆ หรือตู้พลาสติกเหมือนซับวูฟเฟอร์ในลำโพงซาวด์บาร์ขนาดเล็กทั่วไป การปรับเพิ่ม BASS จากรีโมทก็ไม่ได้เป็นการเพิ่มเสียงทุ้มขึ้นมาแบบตูมตามหรือว่าเป็นเสียงทุ้มที่มีแต่ปริมาณหาได้มีคุณภาพไม่แต่อย่างใด

เสียงทุ้มของเขายังเป็นเสียงที่มีคุณภาพสมกับเป็นสินค้าของเจบีแอลจริง ๆ อันนี้รู้สึกจริง ๆ นะครับไม่ได้มาอวยกันแบบไร้เหตุผล โหมดปรับ EQ จูนเสียงที่เลือกได้ระหว่าง Movie, Music และ News ผมว่าทางเจบีแอลทำมาได้ดีเลย จากการลองใช้งานโหมด ‘Movie’ จะให้เสียงโดยภาพรวมที่กว้าง ลึก และโอบล้อมมากกว่า อีกทั้งยังมีการหนุนเสียงทุ้มให้มีน้ำหนักเด่นกว่าโหมดอื่น ๆ ทำให้เสียงเอฟเฟ็คต์ต่าง ๆ ฟังดูกระหึ่มเร้าใจดี

ส่วนโหมด ‘Music’ จะให้เสียงที่เน้นความชัดเจนและมิติเสียงตรงกลางเป็นหลัก ไม่กว้าง ไม่โอบล้อมเท่าโหมดดูหนัง เสียงทุ้มจะฟังดูกลมกลืนกับเสียงกลางและแหลมมากขึ้น ได้ลองแล้วผมก็เห็นด้วยล่ะครับว่าโหมดนี้เหมาะกับการฟังเสียงเพลงจริง ๆ ถ้าชอบให้มีเบสมากกว่าปกติสักหน่อยก็แค่ปรับเพิ่มทุ้มที่ปุ่ม BASS จากรีโมทเอาได้อีก

สำหรับโหมด ‘News’ เสียงจากซาวด์บาร์จะเด่นกว่าซับวูฟเฟอร์ วงจร EQ ในตัว SB150 จะปรับให้เสียงกลางลอยเด่นออกมา ในขณะที่เสียงแหลมและทุ้มจะถูกลดทอนลงไปตามลำดับเพื่อให้เสียงสนทนามีความชัดเจนมากกว่าปกติ โหมดนี้เอาไว้สำหรับรับชมการรายงานข่าวหรือพวกรายการทอล์คโชว์ที่นั่งคุยกันก็น่าจะเหมาะสมดีครับ

จากการประเมินด้วยเสียงที่ได้ยินได้ฟัง ผมว่าลำโพงซาวด์บาร์รุ่นนี้น่าจะเหมาะกับทีวีขนาดตั้งแต่ 32-55 นิ้วโดยประมาณ ไม่ใช่เพียงแค่การดูจากขนาดความยาวของตัวลำโพงซาวด์บาร์ แต่ทีวีในขนาดประมาณนี้ระยะนั่งชมปกติจะอยู่ราว ๆ 3-4 เมตร ซึ่งยังอยู่ในระยะที่เสียงจาก SB150 ยังพอให้ความรู้สึกแผ่กว้างและโอบล้อมได้ดี ดีทั้งในด้านกว้างและในแนวดิ่งอีกต่างหาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโหมด Movie จนบางครั้งให้ความรู้สึก ‘คล้ายกับ’ กำลังรับฟังเสียงที่มีลำโพงวางอยู่ด้านข้างด้วย หากนั่งชมในระยะที่ห่างจากลำโพงมากกว่านั้นความรู้สึกโอบล้อมของเสียงดังกล่าวจะลดน้อยลงไปตามลำดับ ถ้าเป็นในกรณีหลังนี้แนะนำให้พิจารณาเลือกใช้ลำโพงซาวด์บาร์ที่มีขนาดใหญ่กว่านี้แทน

เมื่อผมใช้เป็นลำโพงฟังเพลงผ่านบลูทูธ
ด้วยความที่เห็นว่า SB150 สามารถรับเสียงทางบลูทูธได้ด้วย ผมจึงลองใช้มันเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน Huawei Mate 9 เพื่อฟังเพลงเสมือนกับว่ามันเป็นลำโพงไร้สายชุดหนึ่ง การเชื่อมต่อก็ไม่มีอะไรซับซ้อนครับ กดปุ่มสัญลักษณ์บลูทูธที่ตัวซาวด์บาร์หรือที่รีโมทคอนโทรล แล้วเลือกจับคู่ในเมนูตั้งค่าของสมาร์ทโฟน มองหาอุปกรณ์ชื่อ ‘JBL CINEMA SB150’ กดจับคู่/เชื่อมต่อ เป็นอันใช้ได้

จากการลองฟังเสียงที่เล่นจากแอปฯ USB Audio Player Pro, TIDAL หรือแม้แต่ JOOX เสียงที่ออกมาฟังดีเลยครับ ฟังดีชนิดที่ทำให้ผมต้องนั่งครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งว่า ต่อจากนี้ไปสินค้าประเภทลำโพงบลูทูธที่ไม่มีออปชั่นอะไรแปลกใหม่เลยคงจะถึงเวลาต้องปรับตัวกันแล้ว เพราะเสียงที่ได้จากลำโพงซาวด์บาร์ชุดนี้ไม่ได้มีอะไรเป็นรองลำโพงบลูทูธในพิกัดราคาเดียวกันเลยครับ

อย่าคิดว่านี่คือลำโพงซาวด์บาร์ เอามาฟังเพลงแล้วสุ้มเสียงจะไม่เท่าไรนะครับ ด้วยความที่เป็นลำโพงระบบ 2.1 แชนเนล ผมว่ามันเสียงดีกว่าลำโพงบลูทูธตัวเล็ก ๆ ที่ใช้ไดรเวอร์แบบฟูลเรนจ์แน่นอน ติดอยู่หน่อยเดียวว่า SB150 ต้องใช้งานแบบเสียบไฟบ้านเท่านั้นเนื่องจากไม่มีแบตเตอรี่ในตัว จึงใช้งานแบบพกพาไปนอกสถานที่จึงอาจจะเป็นไปไม่ได้หรือไม่สะดวกเท่าพวกลำโพงบลูทูธแบบพกพาทั่วไปที่มีแบตเตอรี่มาในตัวแน่นอน

ความเห็นโดยสรุป
Cinema SB150 เป็นลำโพงซาวด์บาร์ 2.1 แชนเนลที่มีลูกเล่นพอตัว อาจจะไม่มีออพชั่นอย่างช่องอินพุต HDMI หรือ USB เหมือนซาวด์บาร์รุ่นที่สูงกว่านี้ แต่ก็สามารถใช้งานได้กับทีวีทั้งรุ่นเก่าและใหม่ไม่ได้มีข้อจำกัดอะไรมากมาย ด้านดีไซน์ถือว่าหน้าตาดีพอใช้อาจจะไม่มีอะไรที่ดูหวือหวาแต่ก็จัดว่าเป็นลำโพงซาวด์บาร์ที่ดูดีสมฐานะ ด้านคุณภาพเสียงให้คุณภาพที่เกินตัวไปมาก เสียงเปิด มีเนื้ออิ่มแน่นและมีความชัดเจนกว่าลำโพงในตัวทีวีทั่วไปชนิดไม่สามารถเทียบกันได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเอาไปใช้กับทีวีขนาดตั้งแต่ 32-55 นิ้วแล้วจะเป็นอะไรที่เหมาะกัน ยิ่งผมเห็นว่าราคาขายจริงในตลาดต่ำกว่าราคาหน้าป้ายที่ตั้งไว้ลงมาอีกพอสมควรเลย มองมุมไหนก็หนีไม่พ้นคำว่า ‘คุ้มค่า’ จริง ๆ ครับ


นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด
โทร. 0-2256-0020-9
ราคา 13,000 บาท

มนตรี คงมหาพฤกษ์

มนตรี คงมหาพฤกษ์

บรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เริ่มต้นจากความหลงใหลงานอิเล็กทรอนิกส์ ดี.ไอ.วาย. จากนั้นก็มาชอบเครื่องเสียง เล่นทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังจริงจังกับเรื่อง Voice Assistant และ AI

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.