รีวิว Klipsch : Heritage Headphone Amplifier

“รีวิวนี้มันเริ่มมาจากความอิจฉาล้วน ๆ เลยครับ”

เพราะหลังจากที่ผมเห็นพี่เอ็ม (บรรณาธิการบริหาร GM2000) โพสต์รูปหูฟังดีไซน์คลาสสิกแสนสวยคู่กับเฮดโฟนแอมป์หน้าตาวินเทจ ผมก็ได้แต่มองตาปริบ ๆ แล้วคอมเมนต์ไปว่า (ขอเล่นหน่อยยยยยย)

เวลาก็ผ่านไปสักพักจนเห็นรีวิวหูฟัง Klipsch Heritage HP-3 ออกมา พี่เอ็มก็ทักมาว่ายังสนใจจะเอาหูฟังไปเล่นอยู่ไหม แน่นอนว่าผมตอบไปแบบไม่คิดเลยว่า “ครับ” ซึ่งพี่เอ็มก็ให้ข้อเสนอมาว่า ไหน ๆ จะเอามาเล่นแล้วก็รีวิวเฮดโฟนแอมป์ที่จะส่งมาคู่กันเลยละกัน

Klipsch Heritage Headphone Amplifier
ชื่อเฮดโฟนแอมป์รุ่นนี้มีชื่อเรียกง่าย ๆ ว่า Klipsch Heritage Headphone Amplifier เป็นการตั้งชื่อที่ตรงตัวดี แต่หลายคนอาจจะงง ๆ คืออย่างนี้ครับผมต้องอธิบายก่อนว่าคำว่า Heritage ของ Klipsch เค้าเนี่ยมันเป็นชื่อซีรีส์ของโปรดักส์ที่มีการดีไซน์แบบย้อนยุคทั้งหลายของเค้าครับ

ซึ่งก่อนหน้านี้เราก็จะเห็นลำโพงหน้าตาวินเทจแต่ใส่เทคโนโลยีล้ำ ๆ เข้ามาในชื่อ Heritage เช่นกัน ซึ่งผมเคยได้ทำการทดสอบและรีวิวกันไปแล้วด้วย ขอบอกว่าเป็นอะไรที่ประทับใจมาก ๆ กับการออกแบบดีไซน์ให้หน้าตาดูวินเทจ ๆ เก่า ๆ เก๋ ๆ แต่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ

พอมาเป็นเฮดโฟนแอมป์ครั้งนี้ Klipsch ก็ไม่ทำให้ผมผิดหวังครับ เพราะถึงแอมป์จะหน้าตาดูวินเทจยังไงแต่เค้าก็ใส่เทคโนโลยีเด็ด ๆ มาให้อย่างครบเครื่อง

ตัวเดียวจบครบทุกความต้องการ
ถ้าถามว่ามันครบเครื่องยังไง ก็ต้องบอกว่าถึงจะชื่อรุ่นว่า Klipsch Heritage Headphone Amplifier แต่มันทำได้มากกว่าชื่อรุ่นเยอะเลยละครับ เพราะไม่ใช่แค่จะเอามาใช้งานเป็นเฮดโฟนแอมป์ได้อย่างเดียว มันยังมี DAC ในตัวอีกด้วย!

และไม่ใช่ DAC แบบขอให้มีเฉย ๆ แต่มาพร้อมชิป ES90128K2M ESS Sabre32 ชิป DAC ที่มักจะไปอยู่กับ DAC ระดับเทพทั้งหลาย เรียกว่าพี่เค้าไม่ได้ใส่มาเล่น ๆ แต่ให้มาใช้จริง ๆ จัง ๆ กันเลยทีเดียว ในส่วนของภาคขายก็เป็นแบบ Dual Amplifiers คลาส AB ที่ Klipsch บอกว่ากำลังเหลือ ๆ และมีลูกเล่นคือ Hi-Gain ที่ +10dB อีกด้วย

แล้วที่ผมบอกว่าไม่ได้ใช้ได้แค่กับหูฟังก็เพราะว่าในตัวยังมี Line Out เพื่อไปต่อออกลำโพงแอคทีฟได้อีกด้วย ซึ่ง Line Out เราก็สามารถเลือกให้เป็นแบบ Fix หรือ Variable ก็ได้อีกด้วย ตรงนี้ถือเป็นข้อดีที่ทำให้เราสามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายมากขึ้นทีเดียวนะครับ

พูดถึง Line Out ไปแล้ว ก็ต้องพูดถึง Line In กันบ้าง ที่ก็ให้มาแบบครบ เลือกใช้งานกันได้ทุกรูปแบบเช่นกันตั้งแต่ USB, Coaxial, Optical และ Line IN แบบ Analog คือถ้าคุณมี DAC อยู่แล้วและอยากใช้เป็นเฮดโฟนแอมป์อย่างเดียวก็สามารถทำได้

คราวนี้เราลองกลับมาดูที่ด้านหน้าของ Klipsch Heritage Headphone Amplifier กันบ้าง ซึ่งเป็นส่วนที่ผมประทับใจมาก ๆ เลยทีเดียว เพราะออกแบบมาได้ลงตัวและซิมเปิลมาก ๆ ถ้าจะให้ใช้ศัพท์สมัยใหม่หน่อยก็ต้องบอกว่าออกแบบได้ มินิมัล จริง ๆ

ซ้ายสุดเลยจะเป็นช่องเสียบหูฟังแบบ XLR-4 Balanced บ่งบอกความเป็นรุ่นใหญ่ ถัดมาเป็นช่อง 1/4” Unbalanced มาตรฐาน ถัดมาผมชอบมากกคือ Source Selection แบบลูกบิด มันช่างคลาสสิกเสียเหลือเกิน

ถัดมาอีกนิดเป็นอะไรที่ผมก็ชอบอีกเช่นกัน เพราะหลัง ๆ เฮดโฟนแอมป์ต่าง ๆ ชอบใส่หน้าจอเล็ก ๆ มาให้สำหรับบอกประเภทไฟล์ที่เรากำลังเล่น ซึ่งมันหาที่สวย ๆ ยากมาก แต่สำหรับ Klipsch Heritage Headphone Amplifier ตัวนี้ก็มาแนววินเทจสมชื่อ คือเป็นไฟดวงเล็ก ๆ แสดงตามประเภทไฟล์ที่เรากำลังเล่นอยู่เลย

ซึ่งถ้าหากเป็นไฟล์แบบ PCM ไฟก็จะขึ้นเป็นสีขาว ส่วนถ้าเล่นไฟล์ DSD ไฟก็จะเปลี่ยนเป็นสีฟ้าครับ ผมว่าเป็นการออกแบบที่คิดมาได้ลงตัวทีเดียว

ต่อไปเป็น Output Switch ที่ยังคงคอนเซปต์สไตล์วินเทจมาเป็นสวิตช์ก้านดันขึ้น-ลงง่าย ๆ แต่ลงตัว ถัดมาอีกนิดก็เป็น Gain Switch ที่เป็นแบบก้านเช่นกัน ส่วนสุดท้ายคือ Volume Control แบบหมุน

ทดลองใช้งาน
อธิบายกันไปยาวแล้วเรามาลองใช้งานกันจริง ๆ ดีกว่า แน่นอนเลยว่าผมเริ่มต้นใช้กับหูฟังที่ได้รับมาคู่กันคือ Klipsch Heritage HP-3 โดยผมเริ่มทดลองจากการใช้งาน Klipsch Heritage Headphone Amplifier เป็น DAC/AMP เลยครับ โดยต่อผ่านสาย USB จาก MacBook Pro ตอนทดสอบนี่ผมใช้สายแถมเลยนะครับเพราะอยากได้ยินคาแร็กเตอร์ของตัว Klipsch Heritage Headphone Amplifier จริง ๆ

การเชื่อมต่อก็ง่าย ๆ ตามสไตล์ DAC รุ่นใหม่ ๆ ที่ไม่ต้องมานั่งโหลดไดรเวอร์อะไรกันให้เสียเวลา เสียบปุ๊บเจอปั๊บ เล่นเพลงได้เลย

Klipsch Heritage HP-3 และ Klipsch Heritage Headphone Amplifier นี่มันช่างเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยดีจริง ๆ ครับ

คือฟังแล้วรู้สึกว่ามันเกิดมาคู่กันเสียจริง คือผมฟังเทียบกับการต่อ Klipsch Heritage HP-3 เข้ากับสมาร์ทโฟนตรง ๆ นี่ต้องบอกว่าหนังคนละม้วน Klipsch Heritage Headphone Amplifier ช่วยทำให้หูฟัง Klipsch Heritage HP-3 นั้นขับกล่อมเสียงเพลงออกมาได้ยอดเยี่ยมกว่าเดิมมาก ๆ ทั้งโทนัลบาลานซ์ที่ดีขึ้น มิติเสียงโฟกัสได้ดีขึ้น แบ็กกราวนด์ที่สงัดขึ้น

จุดนี้คงเป็นเพราะว่า Klipsch เป็นคนออกแบบทั้งคู่ให้เข้ากันมาตั้งแต่แรก หายห่วงเรื่องการแมตชิ่ง ซึ่งเอาจริง ๆ ผมก็ไม่แน่ใจว่าเสียงที่ผมได้ยินนั้นเพราะหูฟังมันดีอยู่แล้วหรือแอมป์ตัวนี้มันช่วยกันแน่!

พอจะหาคาแร็กเตอร์จริง ๆ ของ Klipsch Heritage Headphone Amplifier ผมก็ต้องไปหยิบยืมหูฟังรุ่นเก่า ๆ ที่ผมใช้ฟังบ่อย ๆ จนรู้คาแร็กเตอร์เสียงอยู่แล้วมาทดสอบกันหน่อย ซึ่งผมก็ได้ไปขออาศัยร้าน มั่นคงแก็ดเจ็ท สาขาปิ่นเกล้า หยิบ Sennheiser HD650, AKG K701 และ Grado RS1e มาร่วมทดสอบ Klipsch Heritage Headphone Amplifier รุ่นนี้ครับ

หูฟังที่ว่ามาเป็นหูฟังที่ออกมานานแล้วครับ และผมก็ฟังจนจำคาแร็กเตอร์เสียงแต่ละตัวได้ดีทีเดียว เหมาะกับการนำมาทดสอบเพื่อหาคาแร็กเตอร์เสียงของแอมป์มาก ๆ โดยหูฟังแต่ละตัวก็จะมีความโดดเด่นแตกต่างกันไป

คราวนี้เราจะได้รู้ว่าเมื่อนำหูฟังเหล่านี้ใช้งานด้วย จะมีจุดไหนที่หูฟังทั้งสามรุ่นได้เพิ่มมาจาก Klipsch Heritage Headphone Amplifier บ้าง

เริ่มกันที่กำลังขับ สำหรับ Klipsch Heritage Headphone Amplifier สามารถขับหูฟังทั้งสามตัวออกมาได้หมดจดแบบไม่ต้องพึ่งพา Hi-Gain เลยครับ เอาเป็นว่าพลังเหลือ ๆ AKG K701 ที่ว่าขับยาก ๆ ก็เอาอยู่

แต่สิ่งที่ผมสัมผัสได้เลยก็คือแอมป์ตัวนี้มีคาแรคเตอร์ที่เหมาะกับหูฟังอย่าง AKG K701 และ Grado RS1e ที่เป็นสไตล์เสียงเปิด ๆ สว่าง ๆ มากกว่า Sennheiser HD650 ที่ออกสไตล์ดาร์ก ๆ เพราะผมรู้สึกว่าตัว Klipsch Heritage Headphone Amplifier นั้นมีเนื้อเสียงที่หนาอยู่พอสมควร คือเมื่อไปใช้คู่กับหูฟังอย่าง AKG K701 นั้นมันช่วยเพิ่มเสน่ห์ เพิ่มย่านทุ้มและเนื้อเสียงให้ได้อย่างกลมกล่อมทีเดียวครับ

กับ Grado RS1e ก็เช่นกัน มันไปช่วยลดความดุดันของปลายเสียงได้อย่างดี แต่กับ Sennheiser HD650 ผมรู้สึกว่ามันเป็นการผสมที่ไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่นัก คือไม่รู้สึกว่ามันไปช่วยให้ Sennheiser HD650 โดดเด่นขึ้นมา เพียงแต่ช่วยให้มันทำงานได้อย่างเต็มที่เท่านั้น

ส่วนนี้ผมว่าสำหรับใครที่มีหูฟังแนวเสียงโปร่ง ๆ รายละเอียดยุบยิบ ๆ แล้วอยากเพิ่มเนื้อเสียงให้กลมกล่อมมากขึ้น ผมว่าเหมาะเลยครับ หลังจากลองกับหูฟังทั้งสามรุ่นที่ว่ามา ผมก็ชักอยากจะลองพลังของ Hi-Gain ที่ Klipsch ภูมิใจนำเสนอดูบ้าง

โดยผมเลือกอาวุธหนักอย่าง Sennheiser HD800 มาเล่นด้วยครับ ซึ่งผลที่ได้ก็ต้องบอกว่า Hi-Gain ของ Klipsch Heritage Headphone Amplifier ยังเอา Sennheiser HD800 ไม่อยู่เท่าไหร่นัก คือขับออกมาได้ประมาณหนึ่งแต่ยังไม่สุด

ซึ่งพูดกันตรง ๆ ว่า Sennheiser HD800 นี่ถือเป็นหูฟังที่หาแอมป์มาเล่นด้วยยากมาก ๆ เหมือนกัน ผมไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่ Klipsch Heritage Headphone Amplifier จะไม่สามารถขับเสียงของหูฟังรุ่นนี้ออกมาได้อย่างเต็มที่ แต่ก็ดีขึ้นมาก ๆ เมื่อใช้ Sennheiser HD800 ผ่าน XLR-4 Balanced คือรู้สึกถึงความสะอาดของเสียงและกำลังที่มากขึ้นพอสมควรครับ

โดยรวมจากการทดสอบผมมองว่า Klipsch Heritage Headphone Amplifier เป็น DAC/AMP ที่นอกจากจะใช้งานได้หลากหลายแล้ว ยังเสียงดีอีกด้วย เสียงดีที่ว่าคือมันสามารถแมตชิ่งกับหูฟังได้ค่อนข้างหลากหลาย จะมีแพ้ทางกันบ้างก็สายดาร์ก ๆ อย่าง Sennheiser HD650 อย่างที่ว่าไป

สรุป
ถ้าใครเล็ง ๆ Klipsch Heritage HP-3 ไว้อยู่แล้ว การนำ Klipsch Heritage Headphone Amplifier ไปใช้งานคู่กันถือเป็นตัวเลือกที่ดีมาก ๆ เลยละครับ เพราะตัดกังวลเรื่องมิสแมตช์ไปได้เลย

แต่สำหรับใครที่มองหา DAC/AMP ที่คุณภาพดี ๆ แถมหน้าตายังสวยไปใช้กับหูฟังคู่ใจ Klipsch Heritage Headphone Amplifier ก็เป็นทางเลือกที่ไม่อยากให้พลาดเช่นกันครับ อยากให้ลองหิ้วหูฟังสุดรักไปลองจับคู่กับเจ้าตัวนี้ดู ไม่แน่อาจจะได้เพื่อนใหม่กลับบ้านก็เป็นได้!


นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
บริษัท ซาวด์ รีพับลิค จำกัด
โทร. 0-2448-5489, 0-2448-5465-6
ราคา 29,900 บาท

อชิร รวีวงศ์

Content Contributor ที่ชื่นชอบในการทำคอนเทนต์ทุกรูปแบบ และยังหลงใหล คลั่งไคล้ไปกับเครื่องเสียง หูฟัง กล้อง และแก๊ดเจ็ททุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับภาพและเสียง!

อชิร รวีวงศ์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.