รีวิว LG : SJ7 Sound Bar Flex

ในงานเปิดตัวลำโพงซาวด์บาร์รุ่นใหม่ของยี่ห้อแอลจี ผมค่อนข้างทึ่งกับคุณภาพเสียงของลำโพงซาวด์บาร์รุ่นเรือธงที่มีระบบเสียง Dolby Atmos ของพวกเขามาก ทว่าในงานเดียวกันนี้มีลำโพงซาวด์บาร์อีกรุ่นหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจของผมได้ไม่แพ้กัน ซาวด์บาร์รุ่นนั้นคือ LG รุ่น SJ7 ลำโพงซาวด์บาร์ที่ได้รับฉายาว่า ‘Sound Bar Flex’

Sound Bar Flex ใช้งานได้ตามใจชอบ
ชื่อ ‘Sound Bar Flex’ นั้นมาจากคุณสมบัติเฉพาะตัวที่หาไม่ได้ในลำโพงซาวด์บาร์ทั่วไปของ LG SJ7 คุณสมบัติที่ว่านั้นคือ ความสามารถในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งาน ทำให้มันมีความยืดหยุ่นในการใช้งานมากกว่าลำโพงซาวด์บาร์ทั่วไป โดยซาวด์บาร์รุ่นนี้มีรูปแบบให้ใช้งานได้ถึง 4 รูปแบบด้วยกันคือ

A. โหมดลำโพงซาวด์บาร์ 2.1 แชนเนล (ซับวูฟเฟอร์ไร้สาย)
B. โหมดลำโพงแยกซ้าย-ขวา 2.1 แชนเนล (ซับวูฟเฟอร์ไร้สาย)
C. โหมดลำโพงด้านหน้า, ด้านหลัง และซับวูฟเฟอร์ไร้สาย 4.1 แชนเนล (FRONT+REAR+SUBWOOFER)
D. โหมดลำโพงแยกชิ้นแบบพกพา (PORTABLE)

คุณสมบัติเหล่านี้มาจากชุดลำโพงที่มีแค่ 3 ชิ้น บรรจุมาในกล่องที่มีขนาดพออุ้มได้ ประกอบไปด้วยลำโพงซาวด์บาร์หลัก (Primary unit), ลำโพงซาวด์บาร์รอง (Secondary unit) และลำโพงซับวูฟเฟอร์ (Subwoofer) ซึ่งเชื่อมต่อด้วยระบบไร้สาย ทั้งหมดเป็นลำโพงที่มีขนาดค่อนข้างกะทัดรัด ใช้งานในห้องขนาดเล็กสามารถจัดวางให้ลงตัวได้ง่ายมาก ตัวลำโพงไม่เทอะทะเกะกะเลย

นอกจากนั้นลำโพงทั้ง 3 ตัวยังเชื่อมต่อกันด้วยระบบ ‘ไร้สาย’ ระหว่างลำโพงแต่ละตัวจึงไม่มีสายสัญญาณใดๆ เชื่อมโยงเข้าหากันเลย มีก็แต่สายไฟเอซีกับสายไฟจากชุดอะแดปเตอร์ไฟเลี้ยงเท่านั้นที่ต้องต่อใช้งานกับลำโพงแต่ละตัว โดยตัวลำโพงซับวูฟเฟอร์นั้นเป็นแบบเสียบสายไฟเอซีโดยตรง ขณะที่ลำโพงซาวด์บาร์ทั้งสองตัวจะใช้ไฟเลี้ยงจากชุดอะแดปเตอร์ของใครของมัน

ลำโพงซาวด์บาร์หลัก ลำโพงซาวด์บาร์รอง และลำโพงซับวูฟเฟอร์
ลำโพงซาวด์บาร์หลักและลำโพงซาวด์บาร์รองมีขนาด รูปร่างหน้าตา ที่ถอดแบบมาจากพิมพ์เดียวกัน แตกต่างกันในเพียงรายละเอียด องค์ประกอบปลีกย่อยและหน้าที่ ในลำโพงทั้งคู่ประกอบไปไดรเวอร์ขับเสียง (ดอกลำโพง) ข้างละ 4 ตัว มีภาคขยายเสียงในตัวกำลังขับรวม 60 วัตต์ต่อลำโพงหนึ่งตัว

ลำโพงซาวด์บาร์ทั้ง 2 ตัว แม้จะมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกันแต่ทำหน้าที่ต่างกัน

ลำโพงแต่ละตัวสามารถให้เสียงได้ทั้งระบบโมโนหรือระบบสเตริโอ ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้งานในรูปแบบใดใน 4 โหมดข้างต้น โดยเลือกที่สวิตช์เลื่อนที่อยู่ด้านหลังลำโพงซาวด์บาร์รอง โดยตัวเลือกมีดังนี้ ‘SOUND BAR’ (ใช้กับรูปแบบ A และ B), ‘REAR’ (ใช้กับรูปแบบ C), ‘PORTABLE’ (ใช้กับรูปแบบ D)

ตัวอย่างเช่น เมื่อเลือกที่ ‘SOUND BAR’ ลำโพงซาวด์บาร์หลักจะให้เสียงของแชนเนลซ้าย ขณะที่ลำโพงซาวด์บาร์รองจะให้เสียงของแชนเนลขวา รวมกับเสียงจากลำโพงซับวูฟเฟอร์เป็นระบบ 2.1 แชนเนล แต่ถ้าเลือกไปที่ ‘REAR’ ลำโพงซาวด์บาร์หลักที่อยู่ด้านหน้าและลำโพงซาวด์บาร์รองที่วางอยู่ด้านหลังตำแหน่งนั่งฟัง จะให้เสียงสเตริโอในลำโพงแต่ละตัว รวมกับเสียงจากลำโพงซับวูฟเฟอร์เป็นระบบเสียง 4.1 แชนเนล

รายละเอียดด้านหลังลำโพงซาวด์บาร์หลัก

ที่ตัวลำโพงซาวด์บาร์หลักและลำโพงซาวด์บาร์รองจะมีปุ่มฟังก์ชันที่สามารถใช้งานร่วมกันหรือแยกกันใช้งานก็ได้ ขึ้นอยู่กับรูปแบบของการใช้งานที่ได้เลือกไว้ ปุ่มฟังก์ชั่นอีกจำนวนหนึ่งจะไปอยู่ที่รีโมตคอนโทรลอินฟราเรดขนาดกะทัดรัดที่มีปุ่มกดที่ให้สัมผัสที่ดีใช้งานสะดวกมาก

รายละเอียดด้านหลังลำโพงซาวด์บาร์รอง

ขั้วต่ออินพุตทั้งหมดได้แก่ Optical, HDMI IN, HDMI OUT (TV ARC) ของลำโพงซาวด์บาร์ชุดนี้จะไปอยู่ที่ตัวลำโพงซาวด์บาร์หลักซึ่งถูกกำหนดมาให้เป็นลำโพงทางด้านซ้ายมือของเรา (เมื่อหันหน้าเข้าหาลำโพง) นอกจากนั้นที่ด้านหน้าของลำโพงซาวด์บาร์หลักยังมีจอแสดงผลเป็นไฟสีขาวที่ตัวฟอนต์มีขนาดใหญ่และอ่านง่าย สามารถมองเห็นได้ชัดจากระยะนั่งฟังตามปกติ (2-4 เมตร)

ลำโพงซับวูฟเฟอร์ไร้สาย รีโมตคอนโทรลและอุปกรณ์เสริมที่มาด้วยกันในชุด

สำหรับลำโพงซับวูฟเฟอร์ซึ่งมีขนาดค่อนข้างกะทัดรัดนั้นใช้ตัวขับเสียงขนาดประมาณ 5-6 นิ้ว มีภาคขยายเสียงในตัวกำลังขับ 200 วัตต์ เชื่อมต่อกับชุดลำโพงซาวด์บาร์แบบอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้สายสัญญาณ สามารถใช้งานได้กับทุกโหมด แม้กระทั่งโหมด ‘PORTABLE’

ในโหมด ‘PORTABLE’ ของลำโพงซาวด์บาร์ตัวรอง สามารถนำตัวลำโพงแยกออกไปใช้งานเดี่ยวๆ ได้เหมือนลำโพงบลูทูธทั่วไปที่เราคุ้นเคยเพราะว่าในตัวมันมีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 5,200 mAh (ในเอกสารอีกแหล่งจากแอลจีแจ้งไว้ 2,600 mAh) ทำหน้าที่คอยจ่ายพลังงานให้อยู่ ใช้งานต่อเนื่องได้ประมาณ 4 ชั่วโมง โดยจะใช้เวลาในการชาร์จไฟจนเต็มประมาณ 3 ชั่วโมง 40 นาที ในโหมดนี้สามารถใช้งานได้ทั้งแบบ 2.0 แชนเนล หรือ 2.1 แชนเนลโดยใช้งานตัวลำโพงซับวูฟเฟอร์ด้วย

มนตรี คงมหาพฤกษ์

บรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เริ่มต้นจากความหลงใหลงานอิเล็กทรอนิกส์ ดี.ไอ.วาย. จากนั้นก็มาชอบเครื่องเสียง เล่นทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังจริงจังกับเรื่อง Voice Assistant และ AI

มนตรี คงมหาพฤกษ์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.