รีวิว Marantz : ND8006

ถ้าคุณเล่นเครื่องเล่นเสียงมานานกว่า 10 ปีขึ้นไป ผมเชื่อแน่ว่าคุณจะเป็นคนหนึ่งที่มีแผ่นซีดีสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก (และมากกว่าครึ่งหนึ่งในนั้นน่าจะเป็นแผ่นที่มีคุณภาพเสียงขั้นเทพ)

และถ้าทุกวันนี้คุณยังไม่ได้เลิกเล่นเครื่องเสียง คุณก็น่าจะเป็นคนหนึ่งที่หันมาสนใจการฟังเพลงจากระบบ file based audio หรือการเล่นเพลงจากไฟล์ดิจิทัลด้วยไม่ว่าจะเป็นการเล่นจากคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรือจากการสตรีมมิ่งทุกรูปแบบ

ผมเองเป็นหนึ่งในนั้นครับ เพิ่มเติมก็คือผมให้ความสนใจ file based audio ที่มีรายละเอียดสูงกว่าซีดีหรือที่เรียกว่า hi-res audio ด้วย

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาสินค้าเครื่องเสียงส่วนใหญ่ก็หันไปให้ความสำคัญกับ file based audio กันมากขึ้น ขณะที่เครื่องเล่นแผ่นโดยเฉพาะเครื่องเล่นแผ่นซีดีอย่างเดียวนั้นก็หดตัวลงจนเหลือให้เลือกกันอยู่แค่ไม่กี่ยี่ห้อ ไม่กี่รุ่น

ทำให้บางคนเคยถึงกับตั้งคำถามว่า ซีดีจะตายแล้วหรือ ? … ตายแน่ครับ เมื่อถึงเวลาที่เราหาเครื่องเล่นซีดีมาใช้งานไม่ได้แล้ว แต่ในเวลานี้คงยังไม่ถึงเวลา

และถ้าถามวิศวกรของมาร้านทช์ เชื่อแน่ว่าพวกเขายังอยากจะให้แผ่นซีดีมีอายุยืนยาวต่อไปอีกหลายปี ไม่เช่นนั้นเครื่องเสียงที่ออกมาในปี 2018 อย่าง ND8006 คงจะไม่ติดตั้งชุดหัวอ่านแผ่นซีดีอย่างดีมาแน่นอน (วิศวกรของ NAD ก็เช่นกัน ไม่เช่นนั้น NAD M50.2 ที่ผมรีวิวไปก่อนหน้านี้คงตัดออปชั่นเล่นแผ่นซีดีทิ้งไปแล้ว)

Integrated Digital Player
ถ้าหาก Integrated Amplifier หมายถึงการรวมกันของภาคขยายเสียงส่วนหน้าอย่าง ปรีแอมป์ (หรืออาจจะรวมโฟโนปรีแอมป์) และเมนแอมป์ (เพาเวอร์แอมป์) เพื่อให้ทุก ๆ คุณสมบัติของภาคขยายเสียงมารวมอยู่ในเครื่องเดียวกันแล้วล่ะก็

เครื่องเสียงอย่าง Marantz ND8006 ถ้าจะถูกเรียกว่า Integrated Digital Player ก็คงเป็นอะไรที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด

เครื่องเล่นตัวนี้เล่นแผ่นซีดีได้ เล่นได้ทั้งแผ่น CD และ CD-R/RW (MP3/WMA) คือมันสามารถใช้งานเป็นเครื่องเล่นซีดีธรรมดา ๆ เครื่องหนึ่งที่เราหลายคนคุ้นเคย โดยไม่ต้องกังวลว่าจะต้องมาเรียนรู้อะไรกันก่อนถึงจะได้ฟังเพลง

เรียกว่าแกะกล่องมาต่อสายไฟ สายสัญญาณ เปิดถาดใส่แผ่น เอาแผ่นซีดีวางแหมะลงไปแล้วปิดถาดใส่แผ่น จากนั้นก็ฟังเพลงเพลิน ๆ กันไป เรื่องอื่นเดี๋ยวค่อยว่ากัน… อ้อ มันยังมีช่องสัญญาณ “digital output” มาให้ด้วยทั้ง Optical/Coaxial จะใช้มันเป็นซีดีทรานสปอร์ตอย่างเดียวก็สามารถทำได้

ND8006 มีภาคดิจิทัลโปรเซสเซอร์หรือส่วนประมวลผลและถอดรหัสสัญญาณเสียงดิจิทัลในตัว มีช่องทางการรับสัญญาณดิจิทัลหรือ “digital input” ให้เลือกใช้ทั้งแบบ Coaxial, Optical (2 ชุด) และ USB type B ซึ่งสามารถต่อเล่นไฟล์เสียงจากคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ประเภท Streamer Bridge เช่น Clef Audio รุ่น Zero One, Roon รุ่น NuCleus หรือ Auralic รุ่น Aries ได้

รายละเอียดขั้วต่อต่าง ๆ ด้านหลังเครื่อง ในภาพถอดเสาอากาศทั้งสองเสาของ Wi-Fi และ Bluetooth ออก

สรุปในส่วนที่ว่ามานี้ก็คือ เครื่องเล่นตัวนี้สามารถทำตัวเป็น External DAC แยกชิ้นได้ด้วย แถมยังเป็น External DAC ที่รองรับไฟล์เสียงรายละเอียดสูงหรือ hi-res audio ถึงระดับ 32bit/384kHz สำหรับฟอร์แมต PCM และ DSD 11.2MHz สำหรับฟอร์แมต DSD (ทางอินพุต USB type B)

การเล่นไฟล์ hi-res audio ใน ND8006 ยังนับรวมไปถึงการเล่นจากไฟล์โดยตรงผ่านทางอินพุต USB type A ที่ด้านหน้าของเครื่อง (USB memory playback) แค่เอาไฟล์เสียงใส่ใว้ใน USB Storage หรืออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่เชื่อมต่อด้วย USB เช่น External HDD, External SSD หรือ Flashdrive มาเสียบ

เท่าที่ได้ลองมันรองรับเฉพาะ USB Storage ที่เป็น FAT เท่านั้นนะครับ (NTFS หรือ exFAT มันจะมองไม่เห็นไฟล์) สามารถเล่นไฟล์เสียงมาตรฐานยอดนิยมได้ตั้งแต่ WAV, MP3, AAC, WMA, FLAC หรือ ALAC รองรับสูงสุดคือ PCM 24bit/192kHz และ DSD 5.6MHz

นอกจากจะเป็นเครื่องเล่นซีดี, เป็นทรานสปอร์ต และเป็น DAC แยกชิ้นแล้ว ND8006 ยังเป็น “Network Streamer” หรือเครื่องเล่นไฟล์เพลงโดยการสตรีมทั้งจากระบบเน็ตเวิร์คทางการเชื่อมต่อสาย LAN (Ethernet RJ-45) หรือระบบไร้สาย Wi-Fi Dual Band 2.4GHz/5GHz ซึ่งรองรับ AirPlay ของ Apple ด้วย ตลอดจนระบบไร้สายอย่างสัญญาณ Bluetooth

ช่องเสียบหูฟังที่หน้าเครื่อง

สำหรับคุณสมบัติด้านเน็ตเวิร์ค ND8006 เลือกใช้แพลทฟอร์ม “HEOS” ซึ่งเป็นการพัฒนาร่วมกันของแบรนด์ในเครือเดียวกันกับ Marantz อย่าง Denon นั่นหมายความว่า ND8006 จะสามารถใช้งานในส่วนของระบบเน็ตเวิร์คร่วมกับเครื่องเสียงต่างยี่ห้อได้ด้วยในลักษณะของมัลติรูมออดิโอ ขอเพียงใช้แพลทฟอร์ม HEOS เหมือนกันเท่านั้น

ในส่วนของการทำหน้าที่เป็น Network Streamer เครื่องเสียงรุ่นนี้สามารถเล่นไฟล์เสียงรายละเอียดสูงได้เช่นกัน รองรับสูงสุดคือ PCM 24bit/192kHz และ DSD 5.6MHz สามารถสตรีมเพลงจาก Internet Radio, Spotify Connect, Amazon Music, TIDAL, Deezer และผู้ให้บริการอีกจำนวนหนึ่ง รองรับการใช้งานในระบบเสียงมัลติรูมออดิโอ

ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถควบคุมสั่งงานผ่านแอปฯ HEOS ในสมาร์ทโฟนทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOS

Technical Insight
Marantz ND8006 ออกแบบและผลิตในประเทศญี่ปุ่น ตีตรา “Made in Japan” มาชัดเจนที่ด้านหลังเครื่องเหมือนกับเครื่องเสียงรุ่นอื่น ๆ ที่ทางมาร้านท์ซให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เช่น อินทิเกรตแอมป์รุ่น PM8006 ที่ผมได้รีวิวไปก่อนหน้านี้

ดูจากภายนอก ND8006 มาในดีไซน์ที่ดูคุ้นตา พักหลังเครื่องเสียงของมาร้านท์ซก็หน้าตาแบบนี้แหละครับ เห็นแค่หางตารับรองว่าจำได้แน่นอน วัสดุที่ใช้ทำแท่นเครื่องและคุณภาพงานประกอบถือว่าอยู่ในระดับมาตรฐานของมาร้านท์ซและงานผลิตระดับ “Made in Japan” ส่วนฐานแท่นเครื่องเป็นแผ่นโลหะซ้อนกัน 2 ชั้น น้ำหนักตัวเครื่องที่ 8 กิโลกรัมก็เพียงพอจะบ่งบอกถึงความแน่นหนาของเครื่องเสียงขนาดมาตรฐานรุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี

รีโมตคอนโทรลอินฟราเรดที่ใช้ได้กับทั้งรุ่น PM8006 และ ND8006

ผมพบว่ารีโมตคอนโทรลอินฟราเรดที่ให้มาด้วยกันกับ ND8006 เป็นรีโมตตัวเดียวกับที่ให้มาในอินทิเกรตแอมป์ PM8006 และมันสามารถใช้งานร่วมกันได้ นั่นหมายความว่าถ้าคุณใช้ ND8006 + PM8006 ก็สามารถเก็บรีโมตอันหนึ่งเอาไว้ในกล่องได้เลย

ข้อมูลจากทางมาร้านท์ซระบุว่าการออกแบบ ND8006 นั้นมาจากพื้นฐานความสำเร็จของเครื่องเสียงรุ่น NA8005 และ SA8005 เป็นการรวมคุณสมบัติของเครื่องทั้งสองรุ่นเข้าไว้ด้วยกัน แต่ไม่ได้ยกเอาของเก่ามารวมกันเฉย ๆ แต่ยังได้ปรับปรุงให้ทันสมัย ทั้งในด้านการใช้งานซึ่งได้ผนวกเอาแพลทฟอร์ม HEOS เข้ามา และด้านคุณภาพเสียงที่ได้มาจากการออกแบบวงจรแบบคิดใหม่ทำใหม่เกือบทั้งหมด

ส่วนประกอบภายในเครื่อง ND8006

สำหรับวงจรไฟฟ้าภายในเครื่อง เห็นได้ชัดว่าหลายส่วนใช้อุปกรณ์เกรดดี เช่น หม้อแปลงเทอร์รอยด์ที่มีการชีลด์ 2 ชั้น ตัวเก็บประจุฟิลเตอร์ขนาดใหญ่ 3,300 ไมโครฟารัด รวมถึงบรรดาตัวเก็บประจุออดิโอเกรด หรือตัวต้านทานชนิด MELF Resistor (Metal Electrode Leadless Face) ชนิดที่มีค่าความคลาดเคลื่อนต่ำ

กลไกชุดหัวอ่านแผ่นซีดีใน ND8006

การออกแบบบางส่วนก็ได้หยิบยืมมาจากเครื่องเสียงรุ่นที่สูงกว่ามาใช้ เช่น อินพุต USB Type B ที่โดยมากจะต่อใช้งานกับอุปกรณ์ประเภทคอมพิวเตอร์ วิศวกรของมาร้านท์ซนอกจากออกแบบให้ทำงานในรูปแบบ asynchronous mode ซึ่งมี jitter ต่ำมากแล้ว ยังมีวงจร noise isolation แยกการรบกวนทางไฟฟ้าหรือ noise ใด ๆ ที่จะแพร่จากคอมพิวเตอร์ผ่านเข้ามาในตัวเครื่องด้วยอีกทางหนึ่ง

วงจรถอดรหัสเสียงใน ND8006 ใช้ชิป DAC รหัส Sabre ES9016 จาก ESS Technology ระบบสัญญาณนาฬิกาแบบคู่ (dual crystal clocks) แยกฐานความถี่สำหรับสัญญาณดิจิทัลในแต่ละ sample rate วงจรในส่วนของสัญญาณอะนาล็อกออกแบบอย่างพิถีพิถัน

มีการใช้อุปกรณ์คัดเกรดรวมถึงโมดูลขยายเสียง HDAM (Hyper-Dynamic Amplifier Modules) รุ่นล่าสุดของมาร้านท์ซนั่นคือ HDAM-SA2 ซึ่งออกแบบให้มีแบนด์วิดธ์กว้างเหมาะกับสัญญาณ hi-res audio ในวงจรอะนาล็อกหลาย ๆ จุด เพื่อเพิ่มไดนามิกเรนจ์และลดสัญญาณรบกวนลงเมื่อเทียบกับการใช้งานชิปวงจรรวม (IC) ทั่วไป

แผงวงจรสัญญาณดิจิทัลที่เลือกใช้ชิป DAC คุณภาพสูง
วงจรแยกส่วนอินพุตสัญญาณดิจิทัลจากสัญญาณรบกวนภายนอก

อีกส่วนที่สำคัญอย่างวงจรดิจิทัลฟิลเตอร์ ใน ND8006 เลือกใช้วงจร “Marantz Musical Digital Filtering” (MMDF) ซึ่งเป็นอย่างไรทางมาร้านท์ซก็ไม่ได้แจ้งในรายละเอียดเอาไว้

บอกแต่เพียงว่าเป็นส่วนสำคัญที่มีผลต่อคุณภาพเสียงโดยตรงและมาร้านท์ซเองให้ความสำคัญกับส่วนนี้้มากโดยได้ไปหยิบยืมเทคโนโลยี “Marantz Music Mastering” มาจากเครื่องเสียงรุ่น Premium Range 10 Series (เครื่องราคาหลักแสน) มาประยุกต์ใช้กับ ND8006

มนตรี คงมหาพฤกษ์

บรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เริ่มต้นจากความหลงใหลงานอิเล็กทรอนิกส์ ดี.ไอ.วาย. จากนั้นก็มาชอบเครื่องเสียง เล่นทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังจริงจังกับเรื่อง Voice Assistant และ AI

มนตรี คงมหาพฤกษ์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.