รีวิว Master & Dynamic : MW60

เมื่อหลายปีก่อน… ผมไม่เชื่อว่าหูฟังจะเป็นส่วนหนึ่งของการบ่งบอกบุคลิกและรสนิยมของเราได้ครับ

ผมคิดเสมอว่าเป็นหูฟังก็ต้องขายเสียงสิ เสียงดีไว้ก่อนหน้าตาไม่ต้องไปสนใจหรอก อ่อ อาจจะสนใจเรื่องใส่ใช้งานแล้วเบาสบายอีกเรื่องก็ได้แต่ความสวยไม่เป็นไรหรอก… เรื่องเล็กน้อย

ซึ่งมันก็อาจจะจริงนะครับ แต่เป็นเรื่องจริงเพียงครึ่งเดียว เพราะว่ายังมีผู้คนอีกจำนวนไม่น้อยที่คิดว่า ไหน ๆ ก็ออกแบบให้ได้เสียงดีงามล้ำค่าได้ขนาดนี้แล้ว ทำไมไม่ทำให้มันสมบูรณ์แบบไปเลยเล่า ซึ่งนั่นเป็นความคิดที่ตรงกันกับผู้ผลิตหูฟังจากอเมริกายี่ห้อ มาสเตอร์แอนด์ไดนามิก ‘Master & Dynamic’

การออกแบบที่คิดเผื่อมากกว่าเสียง
มาสเตอร์แอนด์ไดนามิก เป็นยี่ห้อหูฟังจากสหรัฐอเมริกาที่ไม่ได้มีแบคกราวน์แน่นหนาเหมือนกับหูฟังแบรนด์เนมยี่ห้ออื่น ๆ แต่พวกเขาก็สร้างชื่อให้เป็นที่รู้จักได้จากสินค้าที่มีออกมาเพียงไม่กี่รุ่น สินค้าที่ทุกคนเห็นแล้วต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า

“หูยยย สวย”… “โอ้ว แม่เจ้า”

แบบว่าเสียงดีหรือเปล่ายังไม่ต้องถาม แต่ขอถ่ายรูปหน่อยซิ จะดูดีอะไรขนาดนั้น

ลวดลายหนังที่เห็นก็เป็นแผ่นหนังแท้ ๆ genuine leather ห่อหุ้มเข้าไป ไม่ใช่หนังเทียมราคาถูก โลหะก็โลหะจริง ๆ ไม่ใช่พลาสติกพ่นสี แถมชิ้นงานยังดูทนทานเหมือนจะให้ใช้กันยันลูกบวช หรือถ้าใช้งานหนักมากจนเสื่อมสภาพกันไปหลาย ๆ ชิ้นส่วนยังออกแบบให้ถอดหรือแกะออกมาเปลี่ยนอะไหล่ได้อีกต่างหาก

นั่นคือบุคลิกที่ชัดเจนมากที่สุดสำหรับหูฟังยี่ห้อนี้ “สวยแล้วเสียงเป็นไง?” ทุกคนที่ยังไม่เคยฟังน่าจะนึกสงสัย จากประสบการณ์ที่เคยฟังรุ่น MH40 มาก่อน ผมว่า rich and warm หรือ นุ่มนวล ละมุนละไม เป็นคำอธิบายเสียงของมันได้ตรงใจผมที่สุด ผมเชื่อลึก ๆ ว่าคนส่วนใหญ่จะชอบเสียงแบบนี้ และถึงแม้ว่าไม่ชอบแต่ก็ไม่รังเกียจ

หลายเดือนก่อนพอได้ทราบข่าวว่ามาสเตอร์แอนด์ไดนามิกจะมีหูฟังรุ่นใหม่ออกมาอีก แถมเป็นหูฟังแบบไร้สายหรือ wireless ซะด้วย และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่มาสเตอร์แอนด์ไดนามิกทำหูฟังแบบไร้สายออกมา ระหว่างนั้นผมก็แต่แอบจินตนาการไปสิครับว่ารูปร่างหน้าตาของมันจะเป็นอย่างไร และที่สำคัญเสียงจะออกมาเป็นแบบไหน?

ในวันที่ไม่ต้องจินตนาการ
วันแรกที่ทราบข่าวจากน้อง ๆ พีอาร์ของทางบริษัท Deco2000 จำกัด ผู้นำเข้าหูฟังมาสเตอร์แอนด์ไดนามิก ว่า MW60 หูฟังไร้สายรุ่นใหม่ของทางมาสเตอร์แอนด์ไดนามิกที่ผมพูดถึงนั้นเดินทางมาถึงเมืองไทยแล้ว ผมก็ไม่รอช้าที่จะปลีกเวลาไปขอพิสูจน์ว่าจินตนาการของผมนั้นใกล้เคียงความเป็นจริงสักแค่ไหนสำหรับหูฟังตัวจริงเสียงจริง ที่ไม่ใช่ภาพในอินเตอร์เน็ต

ตัวจริงของ MW60 แทบไม่ต่างจากรูปที่ผมเห็นในเวบไซต์ รูปร่างหน้าตาของมันยังคงต้องย้ำจุดยืนในตัวตนแบรนด์นี้ให้หนักแน่นมากยิ่งขึ้น

การออกแบบรูปร่างหน้าตา การเลือกใช้วัสดุ ตลอดจนงานผลิต ได้รับการถ่ายทอดพันธุกรรมมาจากรุ่นก่อน ๆ ชัดเจนมาก ชัดเจนเสียจนไม่จำเป็นต้องตรวจ DNA บางส่วนดูดีขึ้นเสียด้วยซ้ำ

สายไฟที่โผล่มาตรงระหว่างเอียร์คัพกับก้านเฮดแบนด์ในรุ่นเดิมถูกเก็บซ่อนให้พ้นสายตา ขนาดเฮดแบนด์ปรับได้กว้างขึ้น การออกแบบและเลือกใช้วัสดุยังคงไร้ที่ติเหมือนเช่นเคย

โครงสร้างและชิ้นส่วนหลัก ๆ ทั้งหมดทำจากโลหะลูมิเนียมหรือสแตนเลสขึ้นรูปอย่างดีไร้ขอบหรือเหลี่ยมระคายมือ งาน finishing หรืองานทำผิวโลหะเป็นเนื้องานระดับเกรดเอสัมผัสเนียนมือ ตัวอักษรบอกตำแหน่งของหูด้านซ้ายหรือขวาเป็นการสลักด้วยเลเซอร์สุดเนี้ยบและทนหายห่วงไม่ต้องกลัวว่าใช้งานนาน ๆ แล้วจะเลือนหายไป

ข้อต่อหรือข้อพับต่าง ๆ ให้ความรู้สึกแน่นหนาแข็งแรงเกินหน้าเกินตาหูฟังทั่ว ๆ ไป อีกส่วนหนึ่งที่ผมว่าทางมาสเตอร์แอนด์ไดนามิกทำการบ้านมาได้ดีก็คือ การออกแบบปุ่มกด สวิตช์ พอร์ตเชื่อมต่อต่าง ๆ หรือแม้แต่เสาอากาศบลูทูธที่จำเป็นต้องมีในหูฟังรุ่นนี้ให้ดูกลมกลืนไปกับตัวหูฟัง มันเป็นอะไรที่ดูเรียบง่าย สมถะ ดูรสนิยมสมกับฐานะและภาพลักษณ์ของตัวสินค้าเอง

สิ่งหนึ่งแทบจะเป็นธรรมเนียมของการออกแบบไปแล้วสำหรับหูฟังยี่ห้อนี้ก็คือ การนำวัสดุหนังแท้มาใช้ทั้งส่วนที่เป็นการตกแต่งเพื่อความสวยงามและส่วนที่ถูกใช้งานโดยตรง ใน MW60 ส่วนที่หุ้มด้านนอกของเอียร์คัพและก้านเฮดแบนด์เป็นหนังวัวดิบโชว์ลาย (Heavy grain premium cowhide) ที่มีความสวยงามและทนทาน นิยมใช้ในเครื่องหนังแบรนด์เนมหรู ๆ

สำหรับชิ้นส่วนที่ต้องสัมผัสกับร่างกายโดยตรงเช่น แผ่นรองรอบใบหูหรือเอียร์แพด และด้านในของก้านคาดศีรษะหรือเฮดแบนด์ ทางมาสเตอร์แอนด์ไดนามิกยังคงเลือกหุ้มวัสดุหนังแกะเนื้อนุ่ม (soft lambskin) ที่ให้สัมผัสนุ่มนวลแสนพิเศษชนิดที่หาไม่ได้ง่าย ๆ จากวัสดุชนิดอื่น

MW60 มีสีให้เลือก 2 รูปแบบด้วยกันคือ แบบโครงสีเงินกับหนังสีน้ำตาล (Silver Metal / Brown Leather) และแบบโครงสีรมดำปืนกับหนังสีดำ (Gunmetal / Black Leather) ซึ่งราคาไม่แตกต่างกัน สำหรับตัวอย่างหูฟังที่ผมได้รับมาลองฟังในรีวิวนี้เป็นแบบหลัง

ตัวจริงมันดูคมเข้มมากเหมาะกับผู้ชายสตรอง ๆ แมน ๆ หรือหญิงสาวบุคลิกทันสมัยที่มั่นใจในความสตรอง การเลือกใช้วัสดุหนังแท้และโลหะอย่างนี้ในหูฟัง Master & Dynamic MW60 มันทำให้ผมนึกถึงค็อกพิทของรถยนต์ระดับพรีเมียม รถยนต์ที่ทางบริษัทผู้ผลิตไม่ได้ทำสินค้าขายโดยให้ความใส่ใจเพียงเรื่องของสมรรถนะ หากแต่ยังให้ความสำคัญกับเรื่องของสุนทรียะควบคู่กันไป

แกะกล่องแล้วมาลองฟังกัน
การแกะกล่อง MW60 นั้นให้ความรู้สึกที่ไม่แตกต่างจากตอนที่แกะกล่องหูฟังรุ่น MH40 คือนอกจากตัวหูฟังแล้วยังมีอุปกรณ์เสริมกระจุกกระจิกมาให้พร้อมใช้งาน ถุงใส่หูฟัง (ที่พับเก็บย่อส่วนได้) สายหูฟังสำรองสำหรับใช้งานฉุกเฉินในเวลาที่แบตเตอรี่หมด

ยังมีกล่องและถุงสำหรับเก็บสายให้มาด้วย รวมทั้งสายยูเอสบี microUSB-USB(Type A) สำหรับชาร์จไฟให้แบตเตอรี่ในตัวหูฟัง แต่ไม่มีอะแดปเตอร์ชาร์จไฟมาให้เพราะเขาออกแบบมาให้เสียบชาร์จกับคอมพิวเตอร์โดยตรงหรือกับอะแดปเตอร์ชาร์จไฟแบบยูเอสบีมาตรฐานทั่วไปได้เลย

MW60 เป็นหูฟังไร้สายที่ใช้เทคโนโลยีบลูทูธ Bluetooth 4.1 มีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนชนิดรับเสียงรอบทิศทางหรือ OMNI-DIRECTIONAL บิลต์อินมาในตัวสามารถใช้งานเป็นอุปกรณ์แฮนด์ฟรีได้ด้วย ในส่วนของระบบไร้สายบลูทูธนี้ยังได้เสริมคุณภาพเสียงด้วยเทคโนโลยี aptX ที่ในเวลานี้กำลังได้รับความนิยมแพร่หลายในแวดวงไฮไฟ

การออกแบบเสาอากาศสำหรับส่งสัญญาณบลูทูธในหูฟังตัวนี้ยังเอาใจใส่ถึงเรื่องของความเรียบร้อยสวยงาม โดยออกแบบเสาอากาศที่ทำจากอะลูมิเนียมถูกผนึกฝังเข้าไปกับกรอบเอียร์คัพได้อย่างแนบเนียน การออกแบบเสาอากาศเช่นนี้ทาง M&D คุยว่าทำให้การรับ-ส่งสัญญาณบลูทูธดีกว่ามาตรฐานปกติทั่่วไปถึง 4 เท่า

แบตเตอรี่ชนิดรีชาร์จได้ในตัว MW60 สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ถึง 16 ชั่วโมง เสียบชาร์จกับพอร์ต USB ของคอมพิวเตอร์หรือ USB Charger ทั่วไปได้เลย และพอร์ต microUSB ที่ตัวหูฟังเองยังได้ออกแบบเผื่อเอาไว้ให้ใช้อัพเดตเฟิร์มแวร์ซึ่งอาจจะมีออกมาในอนาคตได้ด้วย

MW60 มีช่วงความถี่ตอบสนองอยู่ระหว่าง 5-25,000Hz สำหรับตัวไดรเวอร์ที่ใช้อยู่ใน MW60 นั้นไม่เป็นที่เปิดเผยในรายละเอียด ทราบแต่เพียงว่าเป็นไดรเวอร์แบบไดนามิกขนาด 45 มิลลิเมตรที่ใช้แม่เหล็กแรงสูงชนิดนีโอไดเมียม

ซึ่งสเปคฯ เหล่านี้ดูแทบไม่ต่างจากไดรเวอร์ที่ใช้อยู่ในหูฟังมีสายรุ่น MH40 ของทางมาสเตอร์แอนด์ไดนามิกเองเลย เบื้องต้นจึงเข้าใจว่าอาจจะใช้ไดรเวอร์ตัวเดียวกัน

จากการลองฟังคร่าว ๆ โดยการเชื่อมต่อบลูทูธกับสมาร์ทโฟนซึ่งทำได้โดยง่ายจากคำแนะนำในคู่มือ เสียดายว่าการเชื่อมต่อบลูทูธในหูฟังรุ่นนี้ไม่มีระบบแจ้งข้อมูลด้วยเสียงเหมือนอย่างในหูฟังไร้สายของรุ่น SoundLink AE II ของ Bose ไม่เช่นนั้นแล้วการใช้งานในส่วนของระบบไร้สายคงจะง่ายขึ้นยิ่งกว่านี้

ในสภาพใหม่กริ๊บแกะกล่องผมว่า MW60 ให้เสียงที่ถูกจูนมาในแนวทางเดียวกันกับหูฟังรุ่นมีสายของทางมาสเตอร์แอนด์ไดนามิกเอง ผมว่ามันเป็นเสียงที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการฟังความไพเราะของดนตรีอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่คนที่ตั้งธงว่าอยากได้หูฟังเบสดี กลางดี หรือแหลมดีเป็นพิเศษ เสียงแบบ ‘warm and rich’ ที่เป็น ‘ลายเซ็น’ ของมาสเตอร์แอนด์ไดนามิกเองยังคงปรากฏชัด

เรียกว่าใครที่ชอบหูฟังรุ่นมีสายของเขา ถ้าหากอยากจะได้หูฟังแบบไร้สายไปใช้งาน ตัวเลือกแรกคงหนีไม่พ้น MW60 แน่นอน ไม่ต้องเสียเวลาคิดให้เปลืองรอยหยักในสมองไปเปล่า ๆ… ผมว่ามันเป็นหูฟังที่ขายทั้งเสียงและหน้าตานะ แค่หยิบมาใช้ก็ดูเป็นคนที่ ‘มีรสนิยม’ แล้วล่ะ

มนตรี คงมหาพฤกษ์

บรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เริ่มต้นจากความหลงใหลงานอิเล็กทรอนิกส์ ดี.ไอ.วาย. จากนั้นก็มาชอบเครื่องเสียง เล่นทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังจริงจังกับเรื่อง Voice Assistant และ AI

มนตรี คงมหาพฤกษ์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.