รีวิว NHT : C-3

ในอุตสาหกรรมใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับศิลปะและการออกแบบ เรื่อง ‘ตัวตน’ หรือ ‘อัตลักษณ์’ นั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะมันจะคอยตอบคำถามว่าเบื้องหลังการออกแบบนั้น ๆ ผู้ออกแบบได้ ‘คิด รู้สึก หรือมีมุมมอง’ อย่างไรต่องานของเขา

ในโลกความเป็นจริง งานที่ไม่มีอัตลักษณ์มักจะไม่ได้รับการจดจำ บางครั้งอาจไม่ใช่เพราะว่ามันไม่ดีแต่มันไม่มีเสน่ห์ ดังนั้นถ้าพูดถึงสินค้าอะไรขึ้นมาสักยี่ห้อ อย่างน้อยผู้ใช้จะต้องบอกได้ว่ามันมีอะไรเป็นจุดเด่น มีอะไรที่บอกว่า “นี่แหละใช่” สินค้าของยี่ห้อนี้

ในโลกของเครื่องเสียงไฮไฟเรื่องของอัตลักษณ์มักจะพบเห็นได้ในยี่ห้อเก่าแก่หลายยี่ห้อ แต่บางครั้งเมื่อธุรกิจถูกเปลี่ยนมือไป สิ่งเหล่านั้นพลอยเลือนหายไปด้วย แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้ผลิตลำโพงยี่ห้อ เอ็นเอชที ‘NHT’ จากสหรัฐอเมริกา เพราะลำโพง C-Series ซึ่งเป็นลำโพงซีรีย์ล่าสุดของพวกเขานั้นได้แสดงให้เห็นว่ามันยังคงได้รับการถ่ายทอดวิถี แนวคิด ตลอดจนวิทยาการที่ถือได้ว่าเป็นแก่นสาร ตกทอดมาจากลำโพงรุ่นคลาสสิกของเอ็น เอช ที เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน

NHT C-3 กำเนิดใหม่ของคลาสสิกซีรีส์
ในเบื้องต้นผมทราบมาว่า NHT C-Series ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อต่อยอดความสำเร็จของลำโพง Classic-Series โดยเฉพาะลำโพงรุ่น Classic 3 ซึ่งได้รับการจัดเข้าทำเนียบลำโพงขายดีที่สุดรุ่นหนึ่งของเอ็นเอชที นับตั้งแต่ที่ออกวางตลาดเมื่อปีค.ศ.2005 จากประวัติของลำโพงรุ่น Classic 3 ดูเหมือนว่าทางเอ็นเอชทีพยายามจะออกแบบลำโพงเล็กที่สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดต่าง ๆ ที่เกิดจากขนาดตัวของมันอย่างเช่น การตอบสนองเสียงทุ้มที่ทำให้ลำโพงซับวูฟเฟอร์เป็นแค่ ‘เครื่องปรุง’ ที่จะใช้ช่วยชูรส ไม่ใช่ส่วนผสมหลักที่จะขาดเสียมิได้

NHT Classic 3 ลำโพงรุ่นก่อนหน้าที่ได้สร้างชื่อเอาไว้

ขณะเดียวกันเรื่องของมิติตัวตนของเสียง หรือการจำลองลักษณะของเวทีเสียงซึ่งมักจะเป็นจุดเด่นของลำโพงเล็กนั้นยังคงให้ความสำคัญโดยสะท้อนออกมาจากการออกแบบในหลายส่วน เช่น ตำแหน่งการจัดวางไดรเวอร์หรือการลบเหลี่ยมมุมของตู้ลำโพง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ยังติดตามมาในลำโพงรุ่น C-3 ด้วยเช่นกันแถมยังทำให้มันดูชัดเจนกว่าที่ผ่านมา หรือแม้แต่การทำตู้เป็นสีดำไฮกลอส (ดำเงา) นี่ก็เป็นลายเซ็นของลำโพงเอ็นเอชทีด้วยเช่นกัน

NHT C-3 มาในดีไซน์ที่เรียกว่าลำโพงวางขาตั้งหรือ Stand-mount Loudspeaker ความจริงทางผู้ผลิตเขาเรียกตามความคุ้นเคยว่า Bookshelf Loudspeaker หรือ ลำโพงแบบวางหิ้ง ซึ่งส่วนตัวแล้วผมไม่ชอบใช้คำนี้เพราะเกรงว่าจะเป็นการชี้นำให้ท่านเอาไปวางใช้งานแบบนั้นจริง ๆ (วางบนหิ้ง) เพราะลำโพงในลักษณะนี้ที่จริงแล้วเอาไปวางใช้งานกับขาตั้งลำโพงจะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่ากันมาก เลยขอใช้คำว่าลำโพงวางขาตั้งแทนก็แล้วกันครับ

ไดรเวอร์เสียงกลางและไดรเวอร์เสียงแหลมของ NHT C-3

ตัวลำโพง C-3 เป็นลำโพงขนาดกะทัดรัดแบบ 3 ทางแยก 3 ตัวขับเสียงอิสระ ทุ้ม กลาง แหลม ใช้วูฟเฟอร์กรวยอะลูมิเนียมขนาด 6.5 นิ้ว ไดรเวอร์มิดเรนจ์แบบโดมอะลูมิเนียมขนาด 2 นิ้ว และทวีตเตอร์อะลูมิเนียมขนาด 1 นิ้ว ไดรเวอร์เสียงกลางและแหลม ออกแบบให้มีกระจังพลาสติกครอบเอาไว้เพื่อป้องกันการกระทบกระทั่ง แถมยังมีหน้ากากผ้าเหมือนลำโพงทั่วไปให้มาด้วย แต่สำหรับคู่ที่เป็นตัวอย่างสำหรับการรีวิวนี้ก็ไม่วายมีริ้วรอยเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไดรเวอร์เสียงกลางของลำโพงข้างหนึ่งทิ้งไว้ให้เห็น โชคดีที่ยังไม่มีผลกับการทำงานของลำโพง

ไดรเวอร์ทั้งหมดทำงานร่วมกันโดยมีช่วงความถี่ตอบสนองตั้งแต่ 48Hz-20kHz (in room response, ข้อมูลจากคู่มือ) การใช้ไดรเวอร์ที่ไดอะแฟรมทำจากวัสดุชนิดเดียวกันมักจะได้เปรียบในแง่ของโทนน้ำเสียงที่สม่ำเสมอกลมกลืนกันไปตลอดทั้งย่านความถี่ตอบสนอง เสียงจากวัสดุเดียวกันก็ย่อมมีบุคลิกที่สอดคล้องไปในทางเดียวกัน มีเนื้อเสียงที่กลมกลืนกัน แต่ขณะเดียวกันก็เป็นเสมือนดาบ 2 คมด้วยเช่นกันเพราะถ้าผู้ออกแบบไม่สามารถควบคุมให้วัสดุที่ใช้ให้อยู่กับร่องกับรอยแล้วล่ะก็ ความผิดเพี้ยนที่เกิดขึ้นก็จะถูกทวีคูณความชัดเจนให้มากยิ่งขึ้นไปอีก

โดยเฉพาะวัสดุจำพวกโลหะที่ผิดเพี้ยนเมื่อไรจะได้เสียงที่ไม่เป็นมิตรต่อโสตประสาทเอาซะเลย เช่นเดียวกับลำโพงรุ่นอื่น ๆ ของเอ็นเอชที ลำโพง C-3 ยังคงเป็นระบบตู้ลำโพงเป็นแบบตู้ปิด (sealed box / acoustic suspension design) ซึ่งในปัจจุบันพบเห็นได้น้อยมากในลำโพงสมัยใหม่ โดยเฉพาะลำโพงเล็กที่ตั้งใจออกแบบให้สุ้มเสียงใหญ่เกินตัว

สิ่งแรกที่ผู้ออกแบบมักจะนึกถึงก็คือทำเป็นลำโพงตู้เปิด (bass-reflex loudspeaker) แต่ทางวิศวกรของเอ็นเอชทีเขาไม่คิดเช่นนั้น การออกแบบลำโพงด้วยระบบตู้ปิดนี่ถือได้ว่าเป็นหลักปรัชญาในการออกแบบลำโพงข้อหนึ่งที่เป็นอัตลักษณ์ของยี่ห้อเอ็นเอชทีมาแต่ไหนแต่ไร

ลำโพงตู้ปิดนี่ตามตำราเขาว่าจะให้เสียงทุ้มที่สะอาดเกลี้ยงเกลา มีโฟกัสที่คมชัด และแยกแยะรายละเอียดได้ดี การปาดลบเหลี่ยมของตู้ลำโพงบริเวณที่ติดตั้งตัวไดรเวอร์เสียงกลางและเสียงแหลมเพื่อลดพื้นที่การสะท้อนกลับของคลื่นเสียงก็ดูจะเป็นการออกแบบที่จงใจและหวังผลมากกว่าเรื่องของรูปลักษณ์ ดังนั้นจึงไม่เดาให้เสียเวลาว่าวิศวกรของทางเอ็นเอชที เขาจินตนาการถึง ‘เสียงในใจ’ ตอนออกแบบลำโพงเอาไว้อย่างไร

อย่างไรก็ดี ท่ามกลางข้อดีของลำโพงตู้ปิดนั้นก็มักจะแลกมาด้วยข้อด้อยอย่างหนึ่งที่เหมือนจะหลีกเลี่ยงได้ยากนั่นคือ มันจะมีความไวต่ำถึงค่อนข้างต่ำ อย่างเช่นในลำโพงคู่นี้ที่มีความไวเพียงแค่ 85dB, 2.83v@1m (ข้อมูลจากคู่มือ) เมื่อประกอบกับอิมพิแดนซ์เฉลี่ยที่ 6 โอห์มและต่ำสุดที่ 4 โอห์ม ทางผู้ผลิตเขาเลยแนะนำให้ใช้งานกับแอมป์ที่มีกำลังขับตั้งแต่ 50-150 วัตต์ต่อข้าง เท่ากับเป็นคำเตือนในเบื้องต้นว่า “อย่าคิดจะเอาแอมป์แรงมดมาขับลำโพงคู่นี้”

มนตรี คงมหาพฤกษ์

บรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เริ่มต้นจากความหลงใหลงานอิเล็กทรอนิกส์ ดี.ไอ.วาย. จากนั้นก็มาชอบเครื่องเสียง เล่นทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังจริงจังกับเรื่อง Voice Assistant และ AI

มนตรี คงมหาพฤกษ์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.