รีวิว Panasonic : SC-HC1000

“Slim Stylish Compact Micro System” คือนิยามที่ทางพานาโซนิคให้ไว้กับเครื่องเสียงรุ่น SC-HC1000 ของพวกเขา และนั่นก็เป็นสิ่งเดียวกับที่ผมได้เห็นในงานเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่ของทางพานาโซนิคเมื่อเร็วๆ นี้ SC-HC1000 ที่มองเผินๆ ก็เหมือนเครื่องเสียงทั่วไปที่เน้นความเรียบหรู ดีไซน์แบนบางโฉบเฉี่ยว กลับมีอะไรดีๆ แอบซ่อนเอาไว้มากมายหลังจากที่ผมได้ลองเล่นด้วยตัวเอง มันทำให้ผมรู้สึกว่าสิ่งที่พานาโซนิคนิยามให้มันอย่างคร่าวๆ นั้น เป็นการถ่อมตัวอย่างมาก เพราะมันทำให้คนที่ยังไม่รู้จักเครื่องเสียงชุดนี้ดีพอเผลอคิดไปเองได้ว่า “มันก็แค่หน้าตาดี” แล้วมองข้ามมันไป… ซึ่งนั่นเป็นอะไรที่น่าเสียดายยิ่งนัก

คุณสมบัติและการออกแบบ
ในด้านการออกแบบชัดเจนว่า Panasonic SC-HC1000 ถูกออกแบบมาให้เรียบหรูดูแตกต่างจากเครื่องเสียงทั่วไป ด้านหน้าเครื่องนั้นเรียบง่ายมาก แบ่งเป็นช่องสี่เหลี่ยม 3 ช่อง ด้านซ้ายและขวาเป็นลำโพงฟูลเรนจ์ขนาด 8 เซ็นติเมตรที่แอบซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากผ้าสีเทาดำ ส่วนของตู้ลำโพงเป็นระบบตู้เปิด ส่วนของรีเฟล็กซ์พอร์ตดีไซน์เป็นแบบ ‘Twisted Acoustic Port’ หรือพอร์ตแบบท่อวนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดภายใต้พื้นที่อันจำกัด

คลื่นเสียงความถี่ต่ำจาก ‘Twisted Acoustic Port’ จะถูกระบายออกไปทางด้านหลัง ในกรณีที่แขวนลำโพงไว้กับฝาผนังไม่ต้องกังวลคลื่นเสียงทุ้มที่สะท้อนออกไปทางด้านหลังนี้จะทำให้เสียงทุ้มโดยภาพรวมมีปริมาณมากจนเกินไป เพราะเขามีฟังก์ชั่นชดเชยเสียงที่เรียกว่า ‘Wall Mount Mode’ มาให้เลือกปรับใช้ตามความเหมาะสม

ภาคขยายเสียงในเครื่องเสียงชุดนี้มีกำลังขับรวมทั้งสิ้น 40W (RMS) และเป็นเทคโนโลยีภาคขยายเสียง ‘Lincs D-Amp’ เข้าใจว่าเป็นวงจรภาคขยายในกลุ่มของแอมป์ Class D ซึ่งเป็นที่นิยมในเครื่องเสียงสมัยใหม่

ช่องสี่เหลี่ยมตรงกลางบริเวณด้านหน้าของเครื่องซึ่งมีพื้นผิวสะท้อนแสงวาววับราวกับแผ่นกระจกทำหน้าที่เป็นฝาปิดหลุมใส่แผ่นซีดีแบบบานสไลด์ออกด้านข้าง เมื่อใส่แผ่นซีดีเข้าไปแล้วแผ่นซีดีจะวางตัวในแนวตั้ง (vertical front-loading) เป็นอีกหนึ่งดีไซน์เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดภายใต้พื้นที่อันจำกัด

หลุมใส่แผ่นซีดีแบบแนวตั้งด้านหน้าเครื่อง

เห็นหน้าตาเรียบๆ อย่างนี้ ปุ่มกดสั่งงานฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ตัวเครื่องเขาก็มีนะครับแต่เขาเอาไปไว้ที่ด้านบนตัวเครื่องหมดเลยไม่ว่าจะเป็นปุ่ม เปิด/ปิดเครื่อง, ปุ่มเลือกอินพุต/จับคู่บลูทูธ, ปุ่มควบคุมการเล่นเพลง, ปุ่มเพิ่ม-ลดความดังของเสียง, ปุ่มตั้งโปรแกรมรายการโปรด, ปุ่มเลือกโหมดแขวนผนัง, ปุ่มเพิ่มเสียงทุ้มลึกและปุ่มเพิ่มมิติเสียงด้านกว้าง จากด้านบนคล้อยไปทางด้านหลังเครื่องเป็นที่อยู่ของขั้วต่ออินพุตอย่างพอร์ต USB (ขัั้วต่อ USB-A) และ AUX IN (ขั้วต่อมินิ 3.5mm)

ปุ่มกดทั้งหมดที่ดีไซน์ไว้ด้านบนเครื่อง
ขั้วต่อ USB สำหรับ flash drive และอินพุต AUX สำหรับเล่นจาก source ภายนอก

ด้านหลังเครื่องนอกจากพอร์ต Ethernet (ขั้วต่อ RJ45) ยังมีช่องเสียบสายอากาศวิทยุ FM ที่อยู่หลบมุมอยู่บริเวณด้านบนและด้านล่างของฝาหลัง รวมถึงช่องเสียบสายไฟเอซีแบบ 2 ขาที่สามารถถอดเก็บได้ บริเวณฝาหลังของเครื่องยังมีร่องบากเผื่อเอาไว้สำหรับการติดตั้งแบบแขวนผนังอีกด้วยครับ วัสดุส่วนใหญ่ของเครื่องเป็นพลาสติกเนื้อดี แลดูแน่นหนาแข็งแรง งานประกอบเรียบร้อยสมกับเป็นแบรนด์สินค้าชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น

อ้อ… ในกรณีที้เราจะใช้งานแบบไม่แขวนผนัง (แบบเดียวกับที่ผมใช้งานตลอดรีวิวนี้) เขาก็มีขาตั้งแบบตั้งโต๊ะมาให้เราประกอบเข้ากับส่วนฐานเครื่องนะครับ เวลาวางบนโต๊ะหรือชั้นวางตัวเครื่องก็จะเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยแลดูสวยสง่าภูมิฐานไม่ใช่ย่อย นอกจากปุ่มควบคุมสั่งงานที่ตัวเครื่องแล้ว เขายังมีรีโมตคอนโทรลอินฟราเรดมาให้ใช้งานด้วยครับ หยิบง่ายใช้สะดวกตามมาตรฐานของเครื่องใช้ไฟฟ้าสมัยใหม่

ขั้วต่อสายอากาศวิทยุ FM และขั้วต่อ Ethernet ด้านหลังเครื่อง

นอกจากการเล่นแผ่นซีดี, วิทยุ FM, การเล่นไฟล์ด้วย flash drive ทางพอร์ต USB แล้ว Panasonic SC-HC1000 ยังเล่นเพลงผ่านระบบเชื่อมต่อไร้สายบลูทูธได้ด้วยตามสมัยนิยม แต่ที่ถือได้ว่าเป็นไฮไลท์และทำให้เครื่องเสียงชุดนี้คือ ‘ความแตกต่าง’ อย่างแท้จริงเมื่อเทียบกับเครื่องเสียงแบบรวมชิ้นทั่วไปก็คือ คุณสมบัติต่างๆ ที่ตามมาหลังจากการเชื่อมต่อมันเข้ากับระบบ network หรือระบบอินเทอร์เน็ตในบ้านของเรานั่นเอง ซึ่งเลือกได้อีกต่างหากว่าจะเชื่อมต่อแบบเสียบสาย LAN หรือแบบไร้สายด้วยสัญญาณ Wi-Fi

Panasonic Music Streaming, All Connected Audio และ Re-streaming sources
เมื่อเชื่อมต่อเข้ากับระบบ network หรือระบบอินเทอร์เน็ตในบ้านของเราแล้ว Panasonic SC-HC1000 จะมีความสามารถเพิ่มขึ้นมาอีกหลายอย่างเลยครับ อย่างแรกเลยก็คือ การใช้แอปฯ ชื่อ ‘Panasonic Music Streaming’ ในสมาร์ทโฟนเป็นตัวควบคุมสั่งงานตัวเครื่องแทนรีโมตคอนโทรลอินฟราเรด แอปฯ นี้ดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งสมาร์ทโฟน Android และ iOS

นอกจากการทำหน้าที่รีโมตคอนโทรลอินฟราเรดแล้ว ‘Panasonic Music Streaming’ ยังเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยี ‘All Connected Audio’ ที่ทำให้เครื่องเสียงของพานาโซนิครุ่นที่รองรับเทคโนโลยีนี้เช่น SC-HC1000 และลำโพงแอคทีฟไร้สายรุ่น SC-ALL2 สามารถเชื่อมโยงการเล่นเพลง การควบคุมสั่งงานถึงกันได้ทั้งหมดเมื่อนำมาเชื่อมต่ออยู่ในระบบ network เดียวกัน

การใช้งานแอปฯ Panasonic Music Streaming เชื่อมต่อกับ SC-HC1000

จากหน้าแอปฯ เราสามารถสตรีมเพลงจากในสมาร์ทโฟนไปเล่นที่เครื่องเสียงชุดใดก็ได้ หรือจะสตรีมจาก DLNA Music server ที่มีอยู่ภายในบ้านเราไปเล่นก็ได้ด้วยเช่นกันในรูปแบบของเครื่องเสียงระบบมัลติรูม จากการลองใช้งานส่วนที่ทำให้ผมประหลาดใจพอสมควรก็คือเมื่อตอนที่ผมสตรีมจาก music server ของผมหรือเล่นไฟล์จาก flash drive ที่เสียบกับพอร์ต USB ด้านหลังเครื่อง SC-HC1000 สามารถเล่นเพลงที่เป็นไฟล์เสียงรายละเอียดสูง (hi-res audio) ได้ด้วยครับ โดยรองรับไปสูงสุดถึง 24bit/192kHz และรองรับไฟล์คุณภาพสูงในนามสกุล .wav และ .flac ได้ด้วยครับ

หน้าเมนูหลักของแอปฯ Panasonic Music Streaming ในขณะเล่นเพลง
เมนูเลือกอินพุต, เลือกเพลง และปรับตั้งค่าในส่วนที่เกี่ยวกับเสียง

แต่การสตรีมเพลงจาก music server ส่งไปยังระบบมัลติรูมในนาทีนี้ก็อาจจะเป็นเรื่องธรรมดาสามัญสำหรับเครื่องเสียงยุคนี้ ทางพานาโซนิคเลยทำให้มันไม่ธรรมดาด้วยการเพิ่มฟังก์ชั่น ‘Re-streaming sources’ ที่สามารถทำให้ทุกๆ source หรือช่องสัญญาณที่เราเล่นกับ SC-HC1000 สามารถสตรีมไปในระบบมัลติรูมได้ด้วยไม่ว่าจะเป็น Bluetooth, CD, FM หรือ USB ! ทุกอย่างสามารถสตรีมไปเล่นที่เครื่องเสียง All Connected Audio อื่นๆ ในเครือข่ายเดียวกันได้ด้วย …

ว้าว อันนี้สิครับที่เรียกว่าพิเศษใส่ไข่กว่าเครื่องเสียงมัลติรูมทั่วๆ ไป ยกตัวอย่างเช่น การเล่นแผ่นซีดีในระบบมัลติรูม คุณไม่ต้องเสียเวลาไปริปออกมาเป็นไฟล์และเอาไปใส่ใน music server ไม่ต้องเบิร์นแผ่นทำสำเนาหลายๆ ชุดเพื่อที่จะไปเล่นในเครื่องแต่ละตัว เพียงแค่ใส่แผ่นเข้าไปใน SC-HC1000 ถ้าหากระบบเครือข่ายของเราเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่ด้วยมันจะเชื่อมต่อกับเครือข่ายข้อมูลเพลงที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีข้อมูลครบถ้วนมากที่สุดอย่าง ‘Gracenote’ (แบบเดียวกับที่ iTunes ใช้อยู่) เพื่อไปดึงเอาข้อมูลต่างๆ ของแผ่นซีดีชุดนั้น ไม่ว่าจะเป็นภาพหน้าปกแผ่นซีดี, ชื่ออัลบั้ม, ชื่อศิลปิน, ลำดับเพลงหรือชื่อเพลง มาใช้งานบนตัวแอปฯ ‘Panasonic Music Streaming’

เมื่อเล่นแผ่นซีดีจะมีการดึงข้อมูลต่างๆ ของแผ่นมาจาก Gracenote

เพื่อให้การใช้งานในแอปฯ Panasonic Music Streaming มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น ข้อมูลเหล่านั้นทำให้การ ‘Re-streaming sources’ จากแผ่นซีดีมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น เพราะเราสามารถมองเห็นเพลงทั้งหมดในแผ่นซีดีของเราจากหน้าจอสมาร์ทโฟน จะเชื่อมโยงหรือสตรีมเพลงเหล่านั้นไปเล่นในระบบเครื่องเสียงมัลติรูมเครื่องไหน ณ จุดใด ก็เพียงแค่ใช้นิ้วจิ้มเลือกเพลงเอาจากหน้าจอสมาร์ทโฟนเท่านั้นเอง เสียงเพลงเพราะๆ ของเราก็จะไปดังในจุดที่ต้องการเปิดฟัง… ว้าว เรียนตามตรงว่าฟังก์ชั่นนี้ถือได้ว่าค่อนข้างใหม่และล้ำมากสำหรับเครื่องเสียงรวมชิ้นในระดับนี้

ความศรัทธาที่ว่ากันด้วยเรื่องของคุณภาพเสียง
เรื่องเดียวที่ผมยังไม่ได้พูดถึงเลยในรีวิวนี้และคิดว่าท่านผู้อ่านหลายท่านก็เริ่มตั้งคำถามแล้วในใจก็คือ เสียงที่ได้จาก Panasonic SC-HC1000 เป็นอย่างไร ฟังไพเราะมากน้อยแค่ไหน? ในทีแรกที่รับเครื่องมา ผมก็ได้นั่งอ่านคู่มือและข้อมูลคุณสมบัติต่างๆ ก่อนการใช้งานจริงเช่นเดียวกันกับทุกครั้ง ผมก็เกิดความรู้สึกเหมือนกันว่า เทคโนโลยีของเครื่องเสียงตัวนี้เป็นอะไรที่น่าสนใจมาก ทว่าในที่สุดเสียงของมันล่ะเป็นอย่างไร? ก็เครื่องเสียงนี่นะไม่ให้คุยเรื่องเสียงได้อย่างไร…

จำได้ว่าเสียงแรกที่ผมได้ฟังจาก Panasonic SC-HC1000 เป็นการเปิดฟังจากสมาร์ทโฟนแล้วเชื่อมต่อผ่านสัญญาณบลูทูธง่ายๆ มันเป็นเสียงที่ทำให้ผมผิดคาดเอามากๆ ใครจะไปคิดเล่าครับว่าเครื่องเสียงตัวนิดเดียวแถมยังบางอีกต่างหาก จะให้เนื้อเสียงที่เป็นเนื้อเป็นหนังจับต้องได้ถึงขนาดนี้ เสียงทุ้มมีแม้จะตัวเล็กน้อยแต่ก็ไม่ขาดแคลนไม่บางจ๋อย เสียงกลางและแหลมมีลักษณะเปิดเผย ไม่ทึบไม่อุดอู้ เคลือบผิวเอาด้วยสำเนียงเสียงที่นุ่มนวลชวนฟัง ห้ามนึกถึงเสียงจากมินิคอมโปฯ โลวเกรดประเภทที่ให้เสียงออกมากระป๋องประแป๋งโดยเด็ดขาด คนละเรื่องเลยครับ!

โอเคครับว่า ไดรเวอร์ฟูลเรนจ์ขนาดแค่ 3 นิ้วเศษสองตัว คงจะมีข้อจำกัดในคุณลักษณะต่างๆ ของเสียงโดยเฉพาะเรื่องแบนด์วิดธ์ (ช่วงความถี่ตอบสนองตั้งแต่เสียงทุ้มไปถึงเสียงแหลม) และไดนามิคเรนจ์ (ระดับความดังตั้งแต่เบาสุดจนถึงดังสุด) อยู่บ้าง แต่เท่าที่ไดรเวอร์ตัวเล็กกว่าฝ่ามือคู่นี้ถ่ายทอดออกมา พูดได้ว่ามันมี ‘ความเป็นดนตรี’ สูงพอสมควร ความเป็นดนตรีภายใต้ข้อจำกัดทางกายภาพของตัวมันนี่แหละครับ ยิ่งเมื่อ source ที่ใช้ฟังเป็นสัญญาณที่มีคุณภาพสูงขึ้น เสียงที่ได้ก็ดีขึ้นไปด้วยเป็นอัตราส่วนแปรฝันตามกัน น่าเสียดายนิดหน่อยที่เขาไม่ได้ให้ช่องเสียบหูฟังมาด้วยไม่เช่นนั้นจะย่ิงใช้งานได้ครบเครื่องกว่าที่เป็นอยู่ล่ะครับ

มิติใหม่ของเครื่องเสียงรวมชิ้นคุณภาพสูงเกินราคา
ทุกครั้งที่ผมเขียนรีวิวเมื่อมาถึงการสรุปเนื้อหา ผมมักจะมีคำตอบในใจคร่าวๆ แล้วว่าผมนั้นรู้สึกชอบพอสิ่งที่รีวิวอยู่นั้นมากน้อยแค่ไหน และอย่างไร สำหรับ Panasonic SC-HC1000 คำตอบแรกคือผมชอบมันมาก คำตอบที่สองคือความชอบของผมนี้ได้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนเท่าๆ กัน ส่วนแรกมาจากคุณสมบัติเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใครและดูเอาใจใส่กลุ่มเป้าหมาย ไม่ใช่ว่าออกแบบให้เล่นไฟล์ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เล่นสตรีมมิ่งผ่านระบบมัลติรูมแล้ว จะต้องมองข้ามคนที่ยังเล่นแผ่นซีดีไปเสียทั้งหมด แถมยังเอาเทคโนโลยีเก่าและใหม่มาบูรณาการซึ่งกันและกัน เกิดเป็นรูปแบบการเล่นที่เรียกว่า Re-streaming sources ที่ต้องบอกว่ามัน ‘เจ๋ง’ มาก นับได้ว่าเป็นการเกาะเทรนด์ของดิจิทัลออดิโอชนิดอยู่หัวขบวนเลยทีเดียว

ส่วนที่สองของคำตอบที่สองคือ เรื่องของคุณภาพเสียง ผมไม่ทราบว่าวิศวกรของพานาโซนิคปรุงแต่งมันออกมาได้อย่างไร ลำโพงตัวแค่นี้ อยู่ในตู้พลาสติกบางๆ เล็กแค่นี้ แต่ให้เสียงออกมาได้มีเสน่ห์น่าฟังขนาดนี้ มันทำให้ผมนึกถึงที่มาของชื่อ Panasonic ที่มาจากคำว่า “Pan” และ “Sonic” ซึ่งมีความหมายว่า “สร้างสีสันให้โลกด้วยเสียงจากบริษัทของเรา” (Bringing sound our Company creates to the world)… แล้วมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ครับ


นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
โทร. 0-2731-8888
ราคา 10,990 บาท

มนตรี คงมหาพฤกษ์

บรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เริ่มต้นจากความหลงใหลงานอิเล็กทรอนิกส์ ดี.ไอ.วาย. จากนั้นก็มาชอบเครื่องเสียง เล่นทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังจริงจังกับเรื่อง Voice Assistant และ AI

มนตรี คงมหาพฤกษ์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.