รีวิว Polk Audio : Magnifi mini

Polk เป็นหนึ่งในไม่กี่แบรนด์เครื่องเสียงจากประเทศอเมริกาที่อยู่คู่วงการเครื่องเสียงมาอย่างยาวนาน ถ้านับกันตั้งแต่จุดเริ่มต้นปี 1972 จนถึงปัจจุบันก็อายุอานามก็ 45 ปีเข้าไปแล้วครับ!

สิ่งที่ทำให้ Polk อยู่มาได้ยาวนานนั้นผมคิดว่าเพราะการไม่หยุดอยู่กับที่ของแบรนด์ แม้ว่าจะเป็นแบรนด์เก่าแก่แต่ยังคงพัฒนาสินค้าที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ ล้ำสมัยออกมาสู่วงการเสมอ หนึ่งในนั้นก็คือ Polk Magnifi Mini ซาวด์บาร์ขนาดจิ๋วรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Polk ตัวนี้นี่เองครับ

Polk Magnifi Mini
Polk Magnifi Mini เป็นซาวด์บาร์ที่มีขนาดเล็กสมชื่อมินิ กว้างเพียง 13.4 นิ้ว และ สูง 3.2 นิ้วเท่านั้น แต่ขนาดที่เล็กนั้นอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีและฟังก์ชันมากมายเกินตัว จนผมขอ
มอบคำจำกัดความให้กับ Polk Magnifi Mini ตัวนี้ 3 คำคือ SMALL, SMART, SIMPLE

ผมขอเริ่มด้วยคำว่า Small ก่อนเลยครับ อย่างที่บอกไปว่า Polk Magnifi Mini มีขนาดกว้าง 13.4 นิ้วและสูง 3.2 นิ้วเท่านั้น บอกตรงๆ ว่าบางคนเห็นอาจจะนึกว่ามันเป็นเพียงลำโพงบลูทูธ แต่ด้านในซาวด์บาร์ตัวเล็กๆ ตัวนี้มีลำโพงอยู่ทั้งหมดถึง 6 ตัวด้วยกันนะครับ! โดยมี Tweeter ขนาด 0.5 นิ้ว 2 ตัวอยู่ด้านหน้า

ส่วนซ้ายและขวาประกอบไปด้วย Midrange ขนาด 2.25 นิ้วอีก 4 ตัว มาพร้อมกำลังขับสูงสุดที่ 150W เรียกว่าตัวเล็กสเปคใหญ่ และยังมาพร้อมกับความ Smart คือไม่ใช่ว่าแค่จะใส่ลำโพงเข้าไปเยอะๆ เฉยๆ แต่ Polk มีการออกแบบการจัดเรียงลำโพงให้สอดคล้องกับระบบเสียง Dolby Digital Plus ด้วย เพื่อให้เสียง Surround ของ Polk Magnifi Mini ให้อารมณ์ใกล้เคียงกับการฟังด้วยระบบ 5.1 มากที่สุด ทั้งที่เป็นซาวด์บาร์ตัวเล็กๆ

ส่วน SIMPLE นั้นก็คือการเซ็ทอัพที่ง่ายมากๆ Polk Magnifi Mini มาพร้อมกับ Wireless Subwoofer ที่ใช้ไดร์เวอร์ขนาด 6.5 นิ้ว แต่ขนาดของตัวตู้นั้นจะเป็นทรงสลิมใช้พื่นที่ในการวางน้อยมาก และที่สำคัญเซ็ทอัพง่ายมากๆ เพราะเป็นระบบออโต้ครับ เพียงเราเปิดตัวซาวด์บาร์และไวเลสซับวูฟเฟอร์ อุปกรณ์ทั้งสองอย่างก็จะเชื่อมต่อกันโดยอัตโนมัติ! ง่ายๆ แค่เสียบปลั๊กกดเปิดแล้วก็นั่งดูหนังฟังเพลงกันให้เพลิดเพลินจำเริญใจกันไปได้เลย!

ตัวเล็กสเปคเกินคุ้ม!
Polk Magnifi Mini เป็นซาวด์บาร์ที่จัดเต็มให้ฟีเจอร์ต่างๆ มาอย่างครบถ้วนไม่กั๊กจริงๆ ครับ นอกจากจุดเด่นที่เป็นซาวด์บาร์ไซส์มินิที่มีลำโพงถึงหกตัวพร้อมไวเลสซับวูฟเฟอร์ ก็มีในส่วนของ in-put นี่แหละครับที่จัดมาให้แบบครบเครื่องตัวเดียวจบกันเลยทีเดียว เริ่มตั้งแต่ HDMI in ช่องนี้ต้องบอกว่าซาวด์บาร์ในราคารุ่นใกล้เคียงกันในตลาดตอนนี้จะหารุ่นที่มี in-put เป็น HDMI แทบจะไม่มี ส่วนใหญ่นั้นจะมีเพียงแค่ Optical in เท่านั้น

หรือถ้ามีช่อง HDMI in ก็ไม่มี Optical in คือต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งแต่สำหรับ Polk Magnifi Mini ไม่ต้องเลือกครับ เพราะมีให้ทั้ง HDMI และ Optical สำหรับคนที่ใช้ทีวีรุ่นใหม่ๆ ที่มีช่อง HDMI ARC ก็สามารถเชื่อมต่อทีวีกับ Polk Magnifi Mini ด้วยสาย HDMI ได้เลย หรือถ้าไม่มีก็ใช้สาย Optical แทน ไม่ว่าทีวีคุณจะเป็น Out-put แบบไหน Polk Magnifi Mini ตัวนี้ก็รองรับทั้งหมด แต่เดี๋ยวก่อน! ถ้าทีวีคุณเก่ากว่านั้นคือไม่มีทั้ง HDMI ARC ไม่มีทั้ง Optical Out แต่มีช่องหูฟังละก็ Polk Magnifi Mini ยังมีช่อง Aux ด้วย คุณสามารถใช้สาย mini-mini ต่อเอาสัญญาณเสียงจากช่องหูฟังของทีวีมาเข้ากับ Polk Magnifi Mini ได้เช่นกัน เรียกว่ารองรับกันทุกรูปแบบถ้าจะให้นึกว่ามีซาวด์บาร์ตัวไหนในตอนนี้ที่มี in-put ให้เลือกใช้ครบขนาดนี้ในตัวเดียวต้องขอบอกว่าไม่มีแล้วละครับ!

การเชื่อมต่อด้วยสายว่าจัดเต็มแล้วการเชื่อมต่อแบบไร้สายของ Polk Magnifi Mini ก็จัดเต็มไม่แพ้กันครับ ซาวด์บาร์รุ่นนี้รองรับการเชื่อมต่อไร้ด้วย Bluetooth และยังรองรับ Google Cast อีกด้วย ซึ่งตัว Google Cast นั้นก็รองรับ Music Streaming Services มากมายเป็นร้อยๆ เจ้าเลยละครับ อย่างที่โดดเด่นและผมใช้อยู่ประจำก็คือ Tidal ใน Google Cast ก็รองรับด้วย

ในส่วนของระบบเสียง Polk Magnifi Mini รองรับ DTS 5.1 และ Dolby Digital Plus ซึ่ง Dolby Digital Plus นั้นมี Data Rate สูงกว่า Dolby Digital ธรรมดาถึง 10 เท่า และอย่างที่บอกไปตอนต้นว่า การจัดวางลำโพงของ Polk Magnifi Mini มีการออกแบบมาให้รองรับ Dolby Digital Plus โดยเฉพาะเพื่อให้เสียงที่ได้นั้นให้อารมณ์ได้ใกล้เคียงกับการฟังชุดลำโพง 5.1 มากที่สุด และ Polk Magnifi Mini ยังมีระบบ Voice Adjust อีกด้วย ซึ่งเป็นโหมดที่เราสามารถเพิ่มลดเสียงเฉพาะเสียงพูดได้

ฟังก์ชั่นนี้ค่อนข้างมีประโยชน์มากๆ สำหรับซาวด์บาร์เพราะด้วยการที่ลำโพงทุกตัวอยู่ใกล้กันมาก บางทีเสียงพูดมักจะถูกกลบ เวลาฟังแล้วได้ยินเสียงพูดไม่ชัดก็ต้องเพิ่มเสียงและเมื่อเพิ่มเสียงก็ไม่ใช่แค่เสียงพูดอย่างเดียวที่ดังขึ้น แต่เสียงต่างๆ ก็ดังขึ้นมาพร้อมกันด้วย Polk คงเห็นปัญหาตรงนี้เลยใส่ระบบ Voice Adjust เข้ามาใน Polk Magnifi Mini ด้วย ซึ่งช่วยให้เราสามาถเพิ่มเสียงเฉพาะเสียงพูดได้โดยที่เสียงอื่นๆ นั้นยังดังเท่าเดิมและยังฟังดูเป็นธรรมชาติอยู่

อีกฟังก์ชั่นที่น่าสนใจคือ Night Mode ครับ เป็นโหมดที่จะควบคุมระดับเสียงไม่ให้สวิงจนเกินไป คือลองนึกภาพเวลาเราดูตอนกลางคืนแล้วไม่อยากเปิดดังมาก ช่วงจังหวะเสียงเบาๆ เราไม่ค่อยได้ยินก็ต้องเร่งเสียงใช่ไหมครับ แล้วทีนี้พอเบาอยู่ดีๆ หนังมันดันเสียงดังขึ้นมาซะงั้นแล้วด้วยระดับเสียงที่เราเปิดไว้มันเลยดังเกินความจำเป็นเรียกว่าบางทีหนังเงียบๆ อยู่ๆ พอเสียงดังก็ดังระดับตื่นกันทั้งบ้าน ฟังก์ชั่น Night Mode ก็จะมาช่วยควบคุมการสวิงของเสียงตรงนี้ครับ คือเราสามารถเปิดวอลลุ่มได้ในรับดับนึงคือเสียงที่พูดเบาๆ เราก็สามาระได้ยินได้แล้วจะหวะที่สวิงดังมากๆ ก็จะคุมให้มันไม่ดังจนเกินไปนั่นเอง เหมาะกับสายพ่อบ้านใจกล้าที่ชอบดูหนังคนเดียวตอนกลางคืนมากๆ ครับฮาๆ

ตัวรีโมทมีวอลลุ่มสามชุด

การใช้งานและเสียง
Polk Magnifi Mini เป็นซาวด์บาร์ที่ใช้งานง่ายและใช้พื้นที่น้อยครับ ผมนำกลับไปทดสอบที่บ้านซึ่งชั้นวางทีวีของผมค่อนข้างเล็กคือวางทีวีขนาด 42 นิ้วแล้วก็แทบจะไม่เหลือที่ให้วางอย่างอื่น แต่สำหรับ Polk Magnifi Mini ตัวนี้ สามารถวางตัวซาวด์บาร์ตัวนี้ไว้บนชั้นทีวีได้สบายๆ เลยครับ ตัวไวเลสซับวูฟเฟอร์ก็ออกแบบมาเป็นทรงสลิมและตัวไดร์เวอร์เป็นแบบยิงลงพื้นทำให้ผมนำไปวางไว้ข้างๆ ชั้นวางทีวีที่มีพื้นที่น้อยๆ ได้อย่างไม่มีปัญหา

ตรงนี้ผมชอบมากๆ เพราะถ้าเป็นซาวด์บาร์ที่ชุดใหญ่กว่านี้ผมไม่สามารถหาที่วางได้แน่ๆ เมื่อได้ที่วางแล้วก็มาถึงการเซ็ทอัพซึ่งก็ง่ายๆ ครับเสียบไฟเข้ากับซาวด์บาร์ และ ไวเลสซับวูฟเฟอร์ กดเปิดและรอให้ทั้งสองอุปกรณ์จับคู่กันก็เป็นอันเรียบร้อย จากที่ลองพบว่ามันเชื่อมต่อกันได้ไวมากๆ

ผมเริ่มทดสอบ Polk Magnifi Mini ด้วยการดูซีรีส์ผ่าน NETFILX โดยเอาสัญญาณจากช่อง HDMI ARC ของทีวี มาเข้าที่ Polk Magnifi Mini ซีรีส์ที่ผมเลือกใช้ทดสอบคือเรื่อง Daredevil ครับ ซึ่งมีระบบเสียง 5.1 ด้วย เพราะอยากจะทดสอบระบบเสียง Dolby Digital Plus ของ Polk Magnifi Mini ตัวนี้ว่าจะเจ๋งสมคำรำลือหรือไม่ หลังจากดูยาวๆ จนจบไป 13 ตอนของซีรีส์ งานนี้ขอบอกว่า Polk Magnifi Mini ทำให้ผมประทับใจมากๆ

ด้วยความที่ซีรีส์เรื่องนี้มีทั้งช่วงที่มีบทสนทนาเยอะๆ และฉากบู๊ที่มีหลายรูปแบบตั้งแต่ต่อยกันประชิดตัว ยิงปืนจากระยะไกล ระเบิดและอื่นๆ อีกมากมาย Polk Magnifi Mini ตัวนี้แสดงศักยภาพออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม จุดเด่นแรกๆ เลยคือเสียงพูดที่รู้สึกชัดและโดดเด่นหลุดออกมาจากลำโพงมากๆ ไม่รู้สึกว่ามันไปกระจุดรวมกันกับเสียงอื่นๆ แม้ขณะที่ตัวละครหลายๆ ตัวพูดพร้อมกันก็ยังแยกแยะได้ชัดเจนดี

ระบบ Dolby Digital Plus ของ Polk Magnifi Mini ก็จำลองเสียง Surround ออกมาได้ดีให้อารมณ์แบบเหมือนฟังลำโพงหลายแชนแนล เสียงปืนที่มาจากระยะไกลๆ ทำได้น่าประทับใจมาก ทั้งๆ ที่ลำโพงตัวเล็กนิดเดียวแต่ให้มิติเสียงที่เกินตัว เสียงย่านทุ้มก็เป็นอีกจุดที่ทำได้ดีครับคือเป็นเสียงทุ้มที่ออกมาแบบมีพลังและกลมกลืนฟังดูเป็นธรรมชาติ ไม่มีอาการเบสลอยๆ บวมๆ ต้องชมว่า Polk มีการดีไซน์เรื่องจุดตัดความถี่เสียงมาดีจริงๆ ในการทดสอบผมแทบจะไม่ได้ใช้งานโหมด Voice Adjust เลย เพราะรู้สึกว่าเสียงที่ได้ยินนั้นน่าพอใจอยู่แล้ว แต่เมื่อลองใช้งานดูก็พบว่ามันเจ๋งตรงที่สามารถเพิ่มหรือลดระดับเสียงพูดอย่างเดียวได้ โดยที่เสียงโดยรวมนั้นก็ยังฟังดูเป็นธรรมชาติอยู่

ตรงนี้คงมีประโยชน์สำหรับคนที่ไม่ชอบเปิดเสียงดัง แล้วอยากต้องการได้ยินเสียงพูดชัดๆ ครับ อีกโหมดที่ลองใช้แล้วชอบคือ Night Mode ครับ อันนี้แนะนำสำหรับคนที่อยากดูในห้องนอนที่มีคนอยู่ด้วยแล้วกลัวเสียงดังเกินให้ใช้โหมดนี้ครับ หลังจากดูซีรีส์จบผมก็ทดสอบต่อด้วยการเล่นเกมครับ โดยทดสอบกับเกม Uncharted 4 ใน PS4 โดยการเชื่อมต่อยังเหมือนเดิมคือจาก HDMI ARC ของทีวีมาเข้า Polk Magnifi Mini ครับ บอกตามตรงว่าการเล่นเกมโดยมีซาวด์บาร์มาช่วยเรื่องเสียงนี่มันช่วยให้เล่นสนุกขึ้นมากมายจริงๆ และมิติเสียงที่ทำได้สมจริงของ Polk Magnifi Mini ก็ช่วยให้เล่นเกมได้ง่ายขึ้นด้วย ในส่วนไวเลสซับวูฟเฟอร์ก็สร้างเสียงระเบิดออกมาได้ทรงพลังซะใจดีจริงๆ ครับ

ดูหนังก็ดีเล่นเกมก็ดีแล้วฟังเพลงละ?
ถ้าคุณกำลังมีคำถามนี้อยู่ในใจผมตอบให้เลยครับว่าฟังเพลงก็ดีไม่แพ้กัน! ผมทดสอบการฟังเพลงผ่าน TIDAL ครับ เริ่มแรกใช้การเชื่อมต่อแบบ Bluetooth คือเล่น TIDAL โดยสมาร์ทโฟนแล้วส่งสัญญาณบลูทูธไปให้ Polk Magnifi Mini เสียงที่ได้นั้นก็ต้องบอกว่ารับได้ครับ คือให้คุณภาพเสียงดีประมาณนึงแต่ถ้าเทียบกับลำโพงบลูทูธในราคาใกล้ๆ กัน Polk Magnifi Mini อาจจะดูเป็นรองอยู่ แต่! เมื่อผมลองใช้งาน TIDAL ผ่าน Google Cast นี่ต้องบอกว่าเสียงดีกว่าต่อบลูทูธแบบหนังคนละม้วนเลยครับ เสียงเปิดกว้างขึ้น และย่านทุ้มฟังแล้วเนียนหูกว่าเดิมเยอะ มิติเสียงดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ถ้าใครจะใช้ Polk Magnifi Mini ผมขอแนะนำให้ฟังผ่านระบบ Google Cast เลยครับ การเซ็ทก็ไม่ยากเพียงโหลดแอปพลิเคชั่น Google Home มาแล้ว ก็กดค้นหาอุปกรณ์เมื่อเจอ Polk Magnifi Mini เราก็ต้องค่าให้ Polk Magnifi Mini เชื่อมต่อ Wi-Fi วงเดียวกับสมาร์ทโฟนของเราก็เรียบร้อย ส่วนถ้าใครต่อสาย LAN เข้า Polk Magnifi Mini แล้วเป็นวงเดียวกันก็ไม่ต้องเซ็ทครับกดค้นหาก็เจอเลย สะดวกสบายและเสียงดีจริงๆ

สรุป
ถ้าใครอยากเพิ่มคุณภาพเสียงให้กับการดูหนังฟังเพลงกับทีวี แต่ติดที่มีพื้นที่น้อย Polk Magnifi Mini เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่ควรหาโอกาสไปลองครับ เพราะมีฟีเจอร์ครบจบในตัว ใช้งานง่าย เสียงเกินตัว ที่สำคัญราคายังเป็นมิตรกับกระเป๋าอีกด้วย!

 

รีวิว : Polk magnifi mini ซาวด์บาร์ไซส์มินิที่มาพร้อมเทคโนโลล้ำๆ และ คุณภาพเสียงที่เกินตัวจนทีมงาน GM2000 ขอยกให้เป็น “จิ๋วจี๊ด” ของวงการซาวด์บาร์ปีนี้เลยทีเดียว!

ในวีดีโอมีตัวอย่างเสียงเมื่อใช้งาน ดูหนัง,เล่นเกม และฟังเพลงให้ทดลองฟังกันด้วยนะครับ 🙂

#GM2000 #REVIEW #POLK #จิ๋วจี๊ด

Posted by GM 2000 Magazine on Monday, February 20, 2017


จัดจำหน่ายโดย
Polk Audio Thailand
ราคา : 12,490 บาท

อชิร รวีวงศ์

Content Contributor ที่ชื่นชอบในการทำคอนเทนต์ทุกรูปแบบ และยังหลงใหล คลั่งไคล้ไปกับเครื่องเสียง หูฟัง กล้อง และแก๊ดเจ็ททุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับภาพและเสียง!

อชิร รวีวงศ์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.