รีวิว PSB : Imagine XB

ผมได้ยินชื่อของลำโพงยี่ห้อ PSB มาตั้งแต่ครั้งที่เริ่มสนใจเครื่องเสียงใหม่ๆ จากความทรงจำสีจางๆ ลำโพงยี่ห้อนี้เข้ามาทำตลาดในบ้านเรานานกว่า 20 ปีแล้ว และที่สำคัญทางโคไน้ซ์ฯ หรือบ้านทวาทศิน ยังคงเป็นตัวแทนจำหน่ายมาอย่างยาวนานเช่นกัน อย่างที่เขาว่า “ระยะทางพิสูจน์ม้ากาลเวลาพิสูจน์คน”

ขณะที่ลำโพงบางยี่ห้อถูกเปลี่ยนมือเปลี่ยนเจ้าของหรือแม้กระทั่งตัวแทนจำหน่ายเป็นว่าเล่น แต่ลำโพงอย่าง PSB จากประเทศแคนาดา ยังคงยืนหยัดพิสูจน์สิ่งที่มาจากมันสมองของพอล บาร์ตัน (Paul Barton) ผู้ก่อตั้งและผู้ออกแบบลำโพงยี่ห้อนี้ตั้งแต่ปีค.ศ. 1972 มาจนถึงปัจจุบัน

เมื่อเร็วๆ นี้ผมไปสะดุดตากับลำโพงรุ่นหนึ่งของ PSB มันเป็นลำโพงเล็กที่ออกวางจำหน่ายมาแล้วพักหนึ่ง แต่มีคนพูดถึงมากมายเสียจนผมต้องหาโอกาสไปลองฟังด้วยตัวเองบ้างเพื่อหาคำตอบว่าเพราะอะไร… เพราะอะไรที่ทำให้ลำโพงตัวเล็กๆ อย่าง Imagine XB แทรกตัวขึ้นมาโดดเด่นอยู่ท่ามกลางตัวเลือกอีกมากมายในตลาด

ความแตกต่างที่มาจากจุดกำเนิดเดียวกัน
Imagine XB เป็นลำโพงเล็กเพียงหนึ่งเดียวใน Imagine Series ของ PSB มันถูกออกแบบมาบนพื้นฐานเดียวกับลำโพงรุ่นอื่นๆ ของ PSB นั่นคือมีจุดกำเนิดอยู่ที่สถาบันวิจัยแห่งชาติ หรือ National Research Council (NRC) ที่ประเทศแคนาดา

จากประวัติความเป็นมาเท่าที่ทราบสถาบันแห่งนี้ยังเป็นจุดกำเนิดของลำโพงสัญชาติแคนาดายี่ห้อดังอีกหลายยี่ห้อ แต่นี่ไม่ใช่การใช้แม่พิมพ์เดียวกันเพื่อปั้มสินค้าแบบเดียวกันออกมาเป็นจำนวนมาก แต่เป็นการใช้เครื่องมือพื้นฐานเช่นอุปกรณ์วัดและตรวจจับการทำงานของไดรเวอร์ ห้องไร้เสียงสะท้อน หรือเครื่องไม้เครื่องมืออื่นๆ ร่วมกัน โดยลำโพงแต่ละยี่ห้อต่างก็มีนักออกแบบของตัวเอง มีหลักการและความเชื่อในการออกแบบเป็นของตัวเอง

ดังนั้นลำโพงแคนาดาที่ว่าแต่ละยี่ห้อจึงมีแนวทางการออกแบบและการปรับแต่งน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ลำโพง PSB Imagine Series นี้ก็เช่นกัน หากพิจารณาในรายละเอียดทั้งส่วนหลักและส่วนรองต่อจากนี้ไป คุณจะพบว่ามันเป็นลำโพงที่ใครมาลอกเลียนแบบได้ไม่ง่ายเลย Imagine XB เป็นลำโพงตู้เปิด 2 ทางที่มาพร้อมกับตัวตู้ขนาดกะทัดรัดที่มีปริมาตรเพียง 9.1 ลิตร และมีน้ำหนักข้างละ 5.6 กิโลกรัม (ถือว่าหนักเกินตัวพอสมควร)

ไดรเวอร์สองตัวที่ใช้เป็นไดรเวอร์ที่ทาง PSB พัฒนาขึ้นเอง ตัวทวีตเตอร์ขนาด 25 มิลลิเมตร (1 นิ้ว) ไดอะแฟรมเป็นแบบฮาร์ดโดมทำจากโลหะไทเทเนี่ยม ระบบแม่เหล็กเป็นแม่เหล็กแรงสูงนีโอไดเมียม ระบายความร้อนด้วยสารเหลวเฟอโรฟลูอิด

สำหรับไดรเวอร์เบส/มิดเรนจ์ขนาด 133 มิลลิเมตร (ประมาณ 5 นิ้วเศษ) ตัวไดอะแฟรมทำจากวัสดุโพลีพรอบพิลีนผนึกด้วยชั้นดิน/เซรามิก (Injection Moulded Clay/Ceramic reinforced Polypropylene Cone) ใจกลางเป็นเฟสปลั๊กโลหะทรงหัวกระสุน ขอบเซอร์ราวนด์เป็นยาง ระบบแม่เหล็กเป็นแบบแม่เหล็กคู่ (Dual Magnet)

ทวีตเตอร์โดมไทเทเนี่ยมขนาด 1 นิ้ว
วูฟเฟอร์กรวยโพลี่พรอบพิลีนผนึกด้วยวัสดุเซรามิค (Injection Moulded Clay/Ceramic reinforced Polypropylene Cone) ขนาด 5 นิ้วเศษ
ขอบเซอร์ราวนด์เป็นยางและใจกลางเป็นเฟสปลั๊กโลหะทรงหัวกระสุน
ท่อเปิดด้านหลังตู้และขั้วต่อสายลำโพงแบบซิงเกิ้ลไวร์

ไดรเวอร์ทั้งสองมีจุดตัดแบ่งความถี่ที่ 1,800Hz (ตัดค่อนข้างต่ำ แสดงว่าทวีตเตอร์โดมโลหะตัวนี้ต้องมีความถี่เรโซแนนซ์ต่ำมาก) โดยใช้วงจรตัดแบ่งความถี่เสียงแบบ LR4 (Fourth order Linkwitz–Riley crossover) โดยมีอัตราลดทอนสัญญาณ 24dB/octave ณ ความถี่จุดตัดซึ่งถือว่าตัดค่อนข้างชัน

โดยปกติแล้วลำโพงเล็กที่มีดีไซน์ทำนองนี้คือ หน้าตู้แคบ ใช้ไดรเวอร์ที่มีไดอะแฟรมทำจากวัสดุค่อนข้างแข็งและเบา ตัดแบ่งความถี่ค่อนข้างชัน ไม่ให้มีความถี่เหลื่อมกันมากนักระหว่างไดรเวอร์ทั้ง 2 ตัว มักจะคาดหวังเรื่องของความแม่นยำ โฟกัสและมิติของเสียงได้ดี นั่นคือความคาดหวังเบื้องต้นที่ผมมีต่อลำโพงคู่นี้

ฟังเสียงกันมากขึ้น รู้จักกันมากขึ้น
ผมออกจะโชคดีไม่น้อยที่ลำโพง Imagine XB คู่ที่ได้รับมารีวิวนี้เป็นลำโพงที่ทางโคไน้ซ์ฯ เขาใช้เปิดสาธิตเสียงให้กับลูกค้าที่โชว์รูมอยู่แล้ว พอมาถึงผมก็แทบไม่ต้องห่วงเรื่องของการเบิร์นองเบิร์นอินอะไรแล้วครับ เบื้องต้นที่ต้องพิจารณาก็มีแค่ใช้แอมป์อะไรดี

จากสเปคฯ ที่เขาแนะนำเอาไว้ลำโพงคู่นี้มีความไวอยู่ที่ 87dB (เมื่อวัดในห้องไร้เสียงสะท้อน) และ 89dB (เมื่อวัดในห้องฟังทั่วไป) ลำโพงมีอิมพิแดนซ์เฉลี่ย 8 โอห์ม (ต่ำสุด 4 โอห์ม) ช่วงกำลังขับของแอมป์ที่แนะนำให้ใช้คือ 20-150 วัตต์ ลำพังตัวเลขความไวที่ 87dB เป็นอะไรที่ดูน่าเป็นห่วงอยู่พอสมควรว่าต้องใช้แอมป์ขนาดไหนมาขับดี แต่ถ้าพิจารณาร่วมกับพารามิเตอร์อื่นๆ ก็ยังถือว่าพอจะเบาใจได้บ้าง ทั้งความที่เป็นลำโพงตู้เปิด เรื่องของอิมพิแดนซ์ที่ไม่ถือว่าโหดนัก

ผมได้ลองใช้แอมป์เซอร์ราวน์รุ่นกลางๆ ของ Onkyo และ Pioneer ลองขับดูในโหมดเสียงสเตริโอก็ถือว่าขับได้อย่างสบายๆ หรือจะเป็นอินทิเกรตแอมป์สเตริโอที่มีกำลังขับแค่ 35 วัตต์ (ที่โหลด 8 โอห์ม) แต่มีกำลังสำรองดีเยี่ยมเบิ้ลกำลังได้เป็นเท่าตัวที่โหลด 4 โอห์มอย่าง Marantz HD-AMP1 ก็ขับลำโพงคู่นี้ได้อย่างสบายๆ น้ำเสียงมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ดีมาก สมดุลเสียงน่าฟังและต่างช่วยส่งเสริมจุดเด่นซึ่งกันและกัน

ลำโพง Imagine XB ขณะลองฟังในห้องฟัง
ของ GM2000 ร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ ในซิสเตม

หลังจากได้สลับสับเปลี่ยนแอมป์มาลองกับ Imagine XB ผมรู้สึกชอบพอเสียงของลำโพงคู่นี้เป็นพิเศษเมื่อมันจับคู่กับอินทิเกรตแอมป์เมดอินไทยแลนด์คุณภาพระดับส่งออกอย่าง Clef Audio รุ่น Soloist 50 ซึ่งมีกำลังขับข้างละ 50 วัตต์ที่โหลด 8 โอห์ม และเบิ้ลได้เป็นเท่าตัวที่โหลด 4 โอห์มเช่นกัน แอมป์ Soloist 50 ไม่เพียงแต่ขับลำโพง Imagine XB ได้สบายๆ แต่น้ำเสียงของมันยังแมตช์กันอย่างลงตัวราวกับถูกออกแบบขึ้นมาให้เป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน

มวลเนื้อเสียงที่เข้มข้นโดยเฉพาะในย่านความถี่กลางต่ำลงไปของแอมป์มีส่วนช่วยสนับสนุนให้ลำโพงเล็กคู่นี้ถ่ายทอดอารมณ์และสีสันของดนตรีออกมาอย่างชัดเจนตลอดการฟัง ทั้งในคาบของการฟังเพื่อรีวิวหรือช่วงเวลาอื่นๆ นอกเหนือจากนั้น

จากการประเมินของผมลำโพงคู่นี้น่าจะเหมาะกับชุดเครื่องเสียงสเตริโอที่อยู่ในห้องหรือพื้นที่ขนาดเล็กเช่น ห้องขนาด 3×5 เมตรหรือใกล้เคียงกัน มันหลวมไปสักหน่อยเมื่ออยู่ในห้องฟังทดสอบของ GM2000 แต่บรรเทาได้ด้วยการนั่งฟังแบบ near-field หรืออาจจะเสริมด้วยซับวูฟเฟอร์อีกสักตัวอย่างที่ผู้ผลิตเขาแนะนำเอาไว้ในคู่มือ

ในห้องฟังของ GM2000 ผมได้ระยะวางลำโพงซ้าย/ขวาห่างกัน 156 เซ็นติเมตร ลำโพงทั้งสองวางห่างจากผนังด้านหลังลำโพง 133 เซ็นติเมตรโดยประมาณ ลำโพงวางบนขาตั้งมวลปานกลางของยี่ห้อ Rezet ความสูง 24 นิ้ว ที่ระยะห่างผนังหลังน้อยกว่านี้ก็เป็นไปได้เหมือนกันครับแต่เหมาะกับการฟังแบบไม่จริงจังในเรื่องรายละเอียดหรือมิติเสียงมากนัก สมดุลเสียงจะมีเนื้อที่อิ่มหนาขึ้นมาอีกเล็กน้อย ทุ้มลึกๆ ถูกเน้นมากขึ้น

การวางในลักษณะดังกล่าวอาจจะเหมาะกับพื้นที่ที่เปิดโล่งมากกว่าในห้องฟังที่เป็นกิจลักษณะเช่นนี้ นอกจากอุปกรณ์ร่วมในซิสเตมดังที่ได้เรียนเอาไว้ข้างต้น ชุดหลักที่ผมใช้ในการรีวิวลำโพงคู่นี้ผมเลือกใช้ทั้ง source ระบบดิจิตอลและอะนาล็อก ได้แก่สตรีมเมอร์ยี่ห้อ BlueSound รุ่น Node 2 และเครื่องเล่นแผ่นเสียงยี่ห้อ Sony รุ่น PS-HX500 (ต่อไลน์เอาต์ออกมาและใช้ภาคโฟโนปรีแอมป์ในตัว PS-HX500)

มนตรี คงมหาพฤกษ์

มนตรี คงมหาพฤกษ์

บรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เริ่มต้นจากความหลงใหลงานอิเล็กทรอนิกส์ ดี.ไอ.วาย. จากนั้นก็มาชอบเครื่องเสียง เล่นทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังจริงจังกับเรื่อง Voice Assistant และ AI

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.