รีวิว Resonessence Labs : INVICTA MIRUS Pro

ผมเคยทดสอบรุ่น INVICTA MIRUS ไปแล้วสักสองปีได้มั้ง ซึ่งตัวนั้นเป็นเวอร์ชั่นเก่า ใช้ชิป DAC ของ ESS Technologies เบอร์ ES9018 จำนวน 2 ตัว

ในขณะที่ INVICTA MIRUS Pro ตัวที่ผมกำลังจะพูดถึงคราวนี้ (ต่อไปจะขอเรียกสั้น ๆ ว่า MIRUS Pro) เป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด ออกแบบบนโครงสร้างพื้นฐานเดียวกัน แต่เปลี่ยนมาใช้ชิป DAC รุ่นใหม่กว่า คือ ES9028 ซึ่งเป็นชิปที่ปรับปรุงคุณภาพขึ้นมาจากรุ่นดัง ES9018 นั่นเอง

รูปร่างหน้าตา + อินพุต & เอาต์พุต
รูปร่างหน้าตาของ MIRUS Pro เหมือนกับเวอร์ชั่นก่อนที่ผมเคยทดสอบไปแล้วแทบจะทุกจุด ผมว่าผู้ผลิตใช้ตัวถังเดียวกันกับเวอร์ชั่นเก่านั่นแหละ รายละเอียดดูจากภาพประกอบก็แล้วกัน..

A : จอ OLED ใช้แสดงผลและแสดงข้อมูลในการปรับแต่งเมนู
B : แสดงความถี่แซมปลิ้งของสัญญาณอินพุต
C : ปุ่มที่ใช้ปรับวอลลุ่มและเลือกหัวข้อต่าง ๆ ในเมนู ด้วยวิธีหมุนและกด
D : กดเพื่อเข้าใช้เมนู/ออกจากการใช้เมนู
E : ควบคุมการเลือกไฟล์เพลงถอยหลัง / กลับไปแทรคก่อนหน้า
F : ควบคุมการเลือกไฟล์เพลงเดินหน้า / ข้ามไปแทรคต่อไป
G : เลือกฟิลเตอร์
H : ช่องใส่ SD card

A : ช่องเอาต์พุตของสัญญาณอะนาลอกแบบบาลานซ์ (XLR) ด้านซ้ายคือแชนเนล R และขวามือคือแชนเนล L
B : ช่องเอาต์พุตของสัญญาณอะนาลอกแบบซิงเกิ้ลเอ็นด์ (RCA) ด้านบนคือแชนเนล R ด้านล่างคือแชนเนล L
C : ช่องอินพุตสัญญาณดิจิตัล SPDIF มาตรฐาน AES/EBU
D : ช่องต่อสัญญาณ clock จากภายนอก
E : ช่องอินพุตสัญญาณดิจิตัล SPDIF มาตรฐาน BNC
F : ช่องสัญญาณดิจิตัล TOSLINK Output (ซ้าย) และ TOSLINK Input (ขวา)
G : ช่องต่อ USB
H : ช่อง HDMI สำหรับสัญญาณภาพมอนิเตอร์
I : สวิทช์เปิด / ปิดไฟเข้าเครื่อง
J : ขั้วต่อสายไฟเอซีแบบสามขาแยกกราวนด์

เซ็ตอัพ
เพื่อความสะดวกในการใช้งาน ผมแนะนำให้ใช้สาย HDMI มาต่อภาพมอนิเตอร์เข้าจอครับ ถ้าไม่มีจอมอนิเตอร์เล็ก ๆ ใช้ทีวีก็ได้ มันจะดูง่ายกว่าดูจากจอของตัวเครื่องโดยตรง เพราะคุณจะมองเห็นรายการต่าง ๆ ในเมนูได้พร้อมกันทั้งหมดบนหน้าจอเดียว

ถ้าดูผ่านจอเครื่องคุณต้องหมุนปุ่มเลื่อนลงมาดูที่ละรายการ ไม่สะดวก อาจมีงงได้ง่าย

ext.DAC ตัวนี้มีฟังก์ชันที่เกี่ยวข้องกับเสียงอยู่ 2-3 อย่าง อย่างแรกที่คุณต้องเข้าไปปรับตั้งก่อนจะเริ่มใช้งานนั่นคือ Volume control ซึ่งคุณสามารถปรับตั้งระดับความดังของเสียงให้เริ่มต้นที่จุดใดจุดหนึ่งทุกครั้งที่เปิดเครื่องได้ เค้าเรียกฟังก์ชันนี้ว่า start-up level ค่อนข้างจำเป็นกรณีที่คุณต้องการใช้ภาคปรีแอมป์ในตัว MIRUS Pro เพื่อไปขับเพาเวอร์แอมป์โดยตรง (เอาต์พุตทั้งช่อง XLR และ RCA ของ MIRUS Pro ปล่อยสัญญาณพร้อมกัน)

แต่ถ้าคุณใช้เอาต์พุตของ MIRUS Pro กับปรีแอมป์หรืออินติเกรตแอมป์ที่มีวอลลุ่มคอนโทรล ให้ตั้งไว้ที่ Fixed Level ฟังก์ชัน Fixed Level ของ MIRUS Pro ตัวนี้ ถือว่าเป็นไฮไล้ท์นะครับ..

คือถ้าเข้าไปดูในเมนูคุณจะพบว่า ที่ตำแหน่ง Fixed Level ของ MIRUS Pro ตัวนี้เขาเปิดอ๊อปชั่นให้คุณสามารถเลือกระดับเกนของสัญญาณอะนาลอกเอาต์พุตได้ ตั้งแต่ระดับสูงสุดคือ 4.80V เทียบออกมาเป็นความดังคือ -0.0dB คือดังสุด

ซึ่งคุณสามารถค่อย ๆ ปรับลดเกนของสัญญาณอะนาลอกเอาต์พุตของช่อง XLR และ RCA ของ MIRUS Pro ลงไปได้สเตปละ 0.5dB ปรับลงไปได้เรื่อย ๆ จนไปถึงจุดต่ำสุดที่ 48mV ซึ่งจะทำให้ระดับความดังของเสียงเบาลงเท่ากับ -40.0dB เมื่อเทียบกับความดังของเสียงที่ระดับเกนสูงสุด

วิธีการเข้าถึงและปรับตั้งค่า Fixed Level :
3-1 : กดปุ่มเมนู (A) หนึ่งครั้ง
3-2 : หน้าจอดิสเพลย์ของ MIRUS Pro จะเปลี่ยนไปแสดงหัวข้อต่าง ๆ ในเมนู ตามภาพ ให้หมุนปุ่มใหญ่ ๆ ทางขวาของหน้าปัดเพื่อเลือกหัวข้อเมนู “Invicta Options” จากนั้นก็กดปุ่มหมุนหนึ่งครั้งเพื่อเจาะเข้าไปในเมนูนี้
3-3 : จากนั้นก็หมุนปุ่มเลือกหัวข้อย่อยในเมนู Invicta Options ไปที่หัวข้อ “Fixed Level” (ศรชี้สีแดง) จากนั้นก็กดปุ่มหมุน (ลูกศรสีฟ้า) หนึ่งครั้งเพื่อเจาะเข้าไปในเมนู “Fixed Level”
3-4 : (รูปบน 1) ค่า Fixed Level สูงสุดที่สามารถเลือกได้คือ -0.0dB เทียบเป็นความแรงสัญญาณสำหรับเอาต์พุต XLR = 4.8V และสำหรับเอาต์พุต RCA = 2.4V ส่วนค่า Fixed Level ต่ำสุดที่เลือกตั้งได้คือ -40.0dB เทียบเป็นความแรงสัญญาณสำหรับเอาต์พุต XLR = 48mV และสำหรับเอาต์พุต RCA = 24mV (รูปกลาง 2)

สมมุติว่า อินพุต XLR ของแอมป์ที่คุณจะเอามาใช้ด้วยกัน ระบุความไวเอาไว้เท่ากับ 2.85V คุณก็เลือกตั้งค่า Fixed Level ไว้ที่ค่านี้ได้เลย ซึ่งเท่ากับการลดเกนเอาต์พุตของ MIRUS Pro ลงมาอยู่ที่ 4.5dB นั่นเอง (รูปล่างสุด 3)

สังเกตว่า เมื่อคุณปรับลดเกนของสัญญาณ Fixed Level จากระดับสูงสุดคือ -0.0dB ลงมาเรื่อย ๆ คุณจะเห็นว่า โวลเตจหรือความแรงของสัญญาณเอาต์พุตจะลดต่ำเป็นสัดส่วนลงเรื่อย ๆ เช่นกัน อย่างในภาพนี้ เมื่อทดลองลดเกนของสัญญาณ Fixed Level ลงไปอยู่ที่ -7.5dB จะพบว่า ความแรงของสัญญาณเอาต์พุตที่ช่อง XLR จะลดลงมาอยู่ที่ 2.02V

ส่วนที่ช่อง RCA จะลดลงมาอยู่ที่ 1.01V แต่ถ้าไม่มีค่า Fixed Level ที่ตรงกับความไวของช่องอินพุตบนตัวแอมป์พอดี ๆ ให้เลือกค่าที่ใกล้เคียงมากที่สุดแล้วลองฟังเสียงดู (ถ้าเลือกตั้งค่า Fixed Level ไว้สูงกว่าความไวของอินพุตที่แอมป์ระบุไว้ในสเปคฯ โทนเสียงจะออกไปทางสว่าง (bright) มากขึ้น และตรงข้าม ถ้าปรับตั้งค่า Fixed Level ไว้ต่ำกว่าความไวของอินพุตที่แอมป์ระบุไว้ โทนเสียงจะออกไปทางหม่น (dark) ลงมากขึ้น

ธานี โหมดสง่า

นักเขียนอาวุโสมากประสบการณ์ เจ้าของวลี "เครื่องเสียงและดนตรีคือชีวิต"

ธานี โหมดสง่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.