รีวิว Resonessence Labs : Veritas

เหตุผลที่ทำให้ Veritas ดูน่าสนใจมีอยู่สองข้อ ข้อแรก คือเป็น ext.DAC ตัวแรก ๆ ในตลาดที่ใช้ชิป DAC ตัวล่าสุดของ ESS Technology คือเบอร์ ES9028PRO

ส่วนข้อที่สอง ก็คือคนที่ออกแบบ ext.DAC ตัวนี้มีชื่อว่า Mark Mallinson ซึ่งก็คือคนที่เคยทำงานอยู่ใน ESS Technology และมีความสำคัญระดับหัวหน้าทีมออกแบบชิป DAC SABRE นั่นเอง

คุณว่ามันน่าสนใจมั้ยล่ะ.? เมื่อคนที่มีส่วนร่วมในการออกแบบชิป DAC กับคนที่เอาชิป DAC ตัวนั้นมาออกแบบเป็น External DAC ตัวนี้ เป็นคน ๆ เดียวกัน.!

‘Veritas’ น้องเล็กในครอบครัว Resonessence Labs
ในจำนวน 7 ผลิตภัณฑ์ของ Resonessence Labs ที่มีอยู่ในขณะนี้แบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มสินค้าคือ (1) External DAC, (2) External DAC ที่มีแอมป์ขับหูฟังในตัว และ (3) portable DAC แบบพกพาที่มีแอมป์ขับหูฟัง (เล็ก ๆ) ในตัว ซึ่ง Veritas ตัวนี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มแรก อยู่ในตำแหน่งเล็กสุดในกลุ่ม External DAC ที่ใช้งานได้ทั้งในซิสเต็มเครื่องเสียงแบบ desktop audio และ home hi-fi system

A = ไฟแอลอีดีซ่อนอยู่ใต้โลโก้ เนื่องจาก Veritas ไม่มีสวิทช์เปิด/ปิดเครื่อง เมื่อเสียบสายไฟเอซีค้างไว้ ไฟแอลอีดีสีฟ้าใต้โลโก้นี้จะสว่างค้างให้รู้ และเครื่องจะเข้าอยู่ในโหมดสแตนด์บาย
B = หน้าจอ OLED มีไว้แสดงวอลลุ่มที่ใช้, ความถี่แซมปลิ้งของสัญญาณอินพุตขณะนั้น, แหล่งอินพุตที่เลือกใช้ และยังมีไว้สำหรับเลือกวงจรดิจิทัลฟิลเตอร์ด้วย
C = ปุ่มสารพัดหน้าที่ ใช้หมุนปรับวอลลุ่ม, กดสั้น ๆ ซ้ำ ๆ อินพุตจะวนมาให้เลือก และใช้กดเลือกให้เครื่องเข้าสู่โหมดสแตนด์บายได้ด้วย ถ้าต้องการเลือกวงจรฟิลเตอร์ ให้กดแล้วค้างไว้ จากนั้นให้หมุนเพื่อแสดงฟิลเตอร์แต่ละแบบวนไป เมื่อเลือกได้แล้วให้กดสั้น ๆ เพื่อออกจากเมนูเลือกวงจรฟิลเตอร์
D = โลโก้ที่การันตีว่าสามารถรองรับสัญญาณเสียงตระกูล PCM ได้ถึงระดับ DXD คือ 352/384kHz และสามารถรองรับสัญญาณ DSD ได้ถึงระดับ DSD128

Veritas มาในรูปลักษณ์ของเครื่องเสียงยุคใหม่ไซส์จิ๋ว ด้วยสัณฐานตัวเครื่องที่มีหน้ากว้างแค่ 7.3 นิ้ว x ลึก 5.9 นิ้ว และสูงแค่ 1.96 นิ้ว แต่ถ้ามองด้วยสายตาคุณคงจะต้องคะเนน้ำหนักของมันผิดอย่างแน่นอน ต้องลองยกมันขึ้นมาวางไว้ในมือแล้วคุณจะทึ่ง เพราะตัวถังของ Veritas ทำมาจากแผ่นอะลูมิเนียมหนาที่กัดเซาะด้วยหัว CNC ขึ้นรูปจบในชิ้นเดียว ซึ่งเป็นที่มาของน้ำหนักที่มากกว่า 2 กิโล.!

และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้คุณมองหารอยต่อของตัวถังไม่เจอ แม้แต่จุดขันน็อตที่ประกบแผ่นฐานล่างที่ติดตั้งวงจรอิเล็กทรอนิคทั้งหมดเข้ากับตัวถังหลักก็ถูกซ่อนอยู่ด้านล่าง ด้วยเหตุนี้ ตัวถังของ Veritas จึงมีความแน่นหนามากเป็นพิเศษ โซลิดสุด ๆ ใช้นิ้วเคาะลงไปบนตัวถังทุกจุดจะได้ยินเสียงทึบ ๆ สั้น ๆ เท่านั้น ไม่มีเสียงก้องกังวานของโลหะเลย

ตัวถังของ Veritas ที่ขุดด้วย CNC

บนแผงหน้าของตัวเครื่องดูโล่ง ๆ เกลี้ยง ๆ มีแค่ปุ่มหมุนปรับหนึ่งปุ่ม หน้าจอแสดงผลขนาดเล็กหนึ่งจอ นอกนั้นก็เป็นโลโก้ที่มีไฟแสดงสถานะกับโลโก้ DXD, DSD เท่านั้น

ข้อมูล 3 ส่วนที่แสดงผลบนหน้าจอ

ส่วนช่องต่อเชื่อมสำหรับสัญญาณอินพุต/เอาต์พุตและไฟเอซีอยู่บนแผงด้านหลัง ซึ่งประกอบด้วยขั้วต่อ analog output สองชุด ติดขั้วต่อบาลานซ์ XLR กับขั้วต่อ RCA มาให้อย่างละชุด, ขั้วต่อ RCA สำหรับสัญญาณอินพุตดิจิทัล SPDIF จำนวน 2 ช่อง, ช่อง optical สำหรับสัญญาณอินพุตดิจิทัล SPDIF หนึ่งช่อง, ช่อง AES สำหรับสัญญาณอินพุตดิจิทัล SPDIF และ AES อีกหนึ่งช่อง

และสุดท้ายคือช่องอินพุต USB Type B สำหรับรับสัญญาณจากคอมพิวเตอร์หรือเน็ทเวิร์คเพลเยอร์อีกหนึ่งช่อง

A = ช่องเอาต์พุตสำหรับสัญญาณอะนาลอก มีให้เลือกสองรูปแบบคือบาลานซ์ XLR ที่ให้ความแรงสัญญาณอยู่ที่ 4 โวลต์ ส่วนอันบาลานซ์ RCA ให้ความแรงสัญญาณอยู่ที่ 2 โวลต์ ทั้งสองช่องนี้ให้สัญญาณออกมาพร้อมกัน จึงสามารถดึงสัญญาณจากช่องอันบาลานซ์ไปใช้กับลำโพงแอ๊คทีฟซับวูฟเฟอร์ได้ในกรณีที่ต้องการฟังเพลงแบบ 2.1 Ch
B = อินพุตสำหรับสัญญาณดิจิทัลมีมาให้ครบทุกประเภท ทั้ง Optical, coaxial, AES และ USB
C = ขั้วต่อสายไฟเอซีแบบสามขาแยกกราวนด์ สามารถเลือกใช้สายไฟเอซีคุณภาพสูงได้

ในกล่องมีรีโมทไร้สายของ apple แถมมาให้ด้วยหนึ่งอัน สามารถใช้ควบคุมการทำงานของ Veritas ได้ครบทุกหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นเลือกอินพุต, เลือกวงจรดิจิทัล ฟิลเตอร์, ปรับวอลลุ่ม และสามารถใช้ควบคุมการเล่นไฟล์เพลงผ่านโปรแกรมเพลเยอร์บนคอมพิวเตอร์ได้ด้วย ในการควบคุมระดับความดังของ Veritas คุณมีทางเลือกสองทาง คือจะใช้มือหมุนปุ่มบนหน้าปัดก็ได้ หรือจะใช้นิ้วจิ้มบนรีโมทที่แถมมาให้ก็ได้ การบังคับใช้งานรีโมทคอนโทรล

A: กดสั้น ๆ = เพิ่มวอลลุ่มดังขึ้น
   : กดค้าง = เพิ่มความสว่างของไฟบนหน้าจอ และที่โลโก้
B: กดสั้น ๆ = ลดวอลลุ่มเบาลง
   : กดค้าง = ลดความสว่างของไฟบนหน้าจอ และที่โลโก้
C: กดสั้น ๆ = กระโดดกลับไปแทรคก่อนหน้า
D: กดสั้น ๆ = กระโดดข้ามไปแทรคต่อไป
E: กดสั้น ๆ = วนอินพุตไปเรื่อย ๆ และเข้าใช้/ออกจากโหมดสแตนด์บาย เริ่มจาก Sleep > TORX (TosLink) > RCA2 (S/PDIF อันล่าง) > RCA1 (S/PDIF อันบน) > AES (ขั้วต่อ XLR) > USB (ขั้วต่อ Type B, USB 2.0) > Sleep
F: กดสั้น ๆ = วนอ๊อปชั่นของการแสดงผล 3 ส่วนบนหน้าจอ คือ วอลลุ่ม, แซมปลิ้งเรตของสัญญาณอินพุต และแหล่งต้นทางอินพุตที่เลือกใช้ขณะนั้น

ธานี โหมดสง่า

นักเขียนอาวุโสมากประสบการณ์ เจ้าของวลี "เครื่องเสียงและดนตรีคือชีวิต"

ธานี โหมดสง่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.