รีวิว TCL : LED55P5CUS

มีตัวเลขที่น่าสนใจกับการวิเคราะห์ความต้องการของผู้บริโภคเกี่ยวกับตลาดทีวีจอโค้ง เพราะยังมีผู้บริโภคอีกไม่น้อยที่มีทัศนคติที่ดีกับทีวีจอโค้งอยู่ ตัวเลขจริง ๆ อาจจะอยู่ประมาณ 50-60% ของคนที่ต้องการซื้อทีวีใหม่ก็ยังชอบทีวีที่มีจอโค้ง ๆ อยู่ แต่ตอนนี้ถ้าจะควานหาทีวีจอโค้งในท้องตลาดอาจจะเจอไม่ง่ายนัก

นี่อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ TCL LED55P5CUS มาถึงออฟฟิศเราอย่างด่วนจี๋ เขาคงต้องการสื่อออกไปให้กับผู้บริโภคว่า TCL มีทีวีจอโค้งรุ่นใหม่อยากจะนาเสนอ มีความน่าสนใจหลายอย่าง ทั้งเป็นทีวี 4K ที่รองรับ HDR เป็นทีวีที่มีแอปฯ YouTube และ Netflix ซึ่งได้รับการรับรองจากเจ้าของคอนเทนต์ และแน่นอนว่าเป็นทีวีจอโค้งที่ราคาสามารถจับต้องได้ไม่ยากสไตล์ TCL อยู่แล้ว

แต่ก่อนอื่นจะมีใครงง ๆ แบบผมไหมกับรหัสรุ่นของทีวีจาก TCL ตอนนี้เอาเป็นว่าผมถือโอกาสสรุปให้ฟังคร่าว ๆ แบบนี้ก็แล้วกัน LED55P5CUS ตัวนี้ผมถือว่าเป็นตัวที่พัฒนาต่อยอดมาจาก P3CS ซึ่งเป็นทีวีจอโค้งของ TCL ซึ่งเป็นจอ FHD รุ่นก่อนหน้านี้ตัวนี้เลย

เป็นรุ่นที่ออกมาขายคู่กับกับตัว P6US ที่เราทดสอบไปตอนต้นปี ซึ่งตัวนั้นเป็นทีวีจอแบนปกติไม่โค้ง TCL จึงระบุรหัสใส่ตัวอักษร ‘C’ ลงไปเพิ่มให้ชัดเจนว่าตัวนี้เป็นทีวีจอโค้งหรือ ’Curve’ ที่มีองศา 4000R ตามข้อมูลที่ TCL ระบุไว้

ถึงตรงนี้แสดงให้เห็นว่า TCL ยังให้ความสำคัญกับทีวีจอโค้งอยู่ แม้ว่าจะมียักษ์ใหญ่บางเจ้าไม่ได้โฟกัสกับทีวีจอโค้งกันแล้วมาดูกันว่าเสน่ห์ของทีวีจอโค้งอยู่ตรงไหนกันแน่ที่ทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังขานรับมันอยู่

โค้งแบบแข็งแรงเอาเรื่อง
เรามาดูเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกก่อนแน่นอนว่า TCL LED55P5CUS เป็นทีวีจอโค้งซึ่งมองด้านข้างจะเห็นความโค้งเว้าของมันได้ชัดเจนกับทีวีจอใหญ่ ๆ ขนาดนี้ถ้าเป็นผม ผมคงอยากเอามันไปวางให้โดดเด่นเป็นสง่าในบ้านด้วยขาตั้งที่เป็นโลหะหล่อขึ้นรูปทรงกลมยึดกับทีวีแยกกันซ้าย-ขวาการออกแบบขาตั้งก็ดูเรียบง่ายแต่ก็มีประสิทธิภาพ ทำให้ TV ขนาด 55 นิ้ววางนิ่งอยู่บนชั้นวางของเราได้อย่างแน่นหนามาก

ด้านหลังเรียบร้อยดามแผงหลังด้วยโลหะเพิ่มความแข็งแรง

พื้นที่ของจอด้านหน้าก็กว้างเต็มเหลือขอบเพียงแค่ 6.9 มิลลิเมตรทั้ง 3 ด้านซึ่งขอบที่เราเห็นสัมผัสดูก็เป็นโลหะแท้ ๆ ยกเว้นด้านล่างที่เป็นส่วนติดตั้งของลำโพงโดยใช้ผ้าสีเทาหุ้มมีโลโก้ TCL เป็นไฟโชว์อยู่ตรงกลาง ส่วนที่บางที่สุดของมันบางแค่ 8.7mm ซึ่งก็บางพอโชว์ได้สบายโดยตัวรับ Input ของทีวีตัวนี้จะอยู่ทางด้านขวามือเมื่อหันหน้าเข้าจอทีวีเป็นหลุมเข้าทางด้านข้างของจอ

ขั้วต่อก็มีครบเป็นเน้นหนักไปทางอินพุตที่เป็น HDMI 3 ช่องโดยมี HDMI 2 (ARC) แยกออกมาด้านล่างช่อง USB อินพุตยังให้มาเป็น USB2.0 ช่องเดียวที่ใช้งานได้ส่วนด้านบนที่เห็นเป็น USB2.0 อีกช่องนั้นจะใช้สำหรับเพื่อตรวจสอบการทำงานเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นเท่านั้นทีวีตัวนี้ยังให้ Optical Output สำหรับส่งสัญญาณเสียงที่เป็นดิจิทัลออกมาทางสาย Optical TosLink

รีโมตคอนโทรลจาก TCL ที่เห็นกันคุ้นตา

ในกรณีที่อุปกรณ์เครื่องเสียงของคุณยังไม่รองรับ HDMI (ARC) ซึ่งก็ดีกว่าการต่อแบบอะนาล็อกเป็นไหน ๆ สุดท้ายก็จะเป็นช่องเสียบหูฟังและช่องรับอินพุตที่เป็นอะนาล็อกซึ่งก็ต้องใช้สายต่อพ่วงที่ TCL ให้มาด้วยในการออกแบบทีวีของ TCL

หลัง ๆ มานี้ส่วนใหญ่แล้วด้านหลังของจอถ้าไม่ใช่พื้นที่ที่ต้องบรรจุพวกแผงวงจร TCL จะใช้แผ่นโลหะมาปิดให้ดูเรียบร้อยและช่วยให้ความบางของจอยังอาศัยดามเพิ่มความแข็งแรงของจอได้มากขึ้น

สังเกตโลโก้ Dolby Audio ด้านขวารองรับ Dolby Digital Plus ได้ด้วย

ด้านหน้าก็จะเป็นแผ่นอะคริลิกใสแผ่นใหญ่ที่เคลือบเพื่อป้องกันการสะท้อนแสงของจอมาด้วยยิ่งเมื่อได้ออกแรงยกจากกล่องมาประกอบทำให้รู้ว่าอุ่นใจได้สบายเรื่องความแข็งแรงของจอ LED จากค่ายนี้

รุกตลาดกลาง แต่ฟังก์ชันจัดเต็ม
ตลาดทีวีระดับกลางเป็นตลาดที่ยากที่สุดสำหรับใครก็ตามที่จะเข้ามาช่วงชิงความเป็นสินค้าที่อยู่ในใจผู้บริโภคแต่ก็คุ้มที่สุดเพราะว่าในตลาดส่วนนี้เป็นตลาดที่มีวอลุ่มมากพอให้ลืมตาอ้าปากกัน TCL ตั้งใจทำให้ P5C ตัวนี้เป็นที่โดดเด่นตั้งแต่แรกเห็นด้วยความโค้งของจอและกระทุ้งอีกทีด้วยฟังก์ชันที่แทบจะหยิบมาจากรุ่นพรีเมียมรุ่นพี่ตบท้ายด้วยราคาที่ทำให้คุณตัดสินใจได้ไม่ยาก

เรื่อง HDR คงไม่ต้องพูดถึงเพราะว่าในทีวีระดับนี้ก็เริ่มต้นต้องมี HDR กันแล้ว P5C ตัวนี้ยังมี Micro Dimming ให้มาด้วยเพื่อทำให้การทำงานของ HDR สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นและถึงแม้ความเป็น SmartTV ของ P5C ตัวนี้อาจจะถูกโจมตีจากคู่แข่งบ้างแต่ TCL ก็ยังสกัดคำครหาด้วย Application YouTube และ Netflix ที่ผ่านการรับรองจากผู้ให้บริการทั้งสองเจ้า

การตั้งค่าบัญชีในยูทูบต้องเข้าไประบุแบบตัวเลขกันหน่อย

ทำให้คุณสามารถใช้ฟังก์ชันต่าง ๆ ได้สูงสุดจากการชมวิดีโอผ่านทาง YouTube หรือแฟน ๆ ที่ดูหนัง Streaming จาก Netflix ก็สามารถที่จะเลือกประสิทธิภาพของภาพและเสียงออกมาได้อย่างไม่แพ้ SmartTV ที่ใช้ OS ตัวอื่นในท้องตลาดการรองรับ HDR ก็ทำได้ทุก ๆ แหล่งโปรแกรมทั้งทาง USB, HDMI และทางสาย LAN ที่อาจมีข้อจากัดอยู่บ้างก็คงต้องว่ากันไปกันตามราคาล่ะครับ

Setup
ถือว่าทีวีตัวนี้มาได้ประจวบเหมาะพอดีกับ Test Pattern ของผมที่ได้อัปเกรดเวอร์ชั่นใหม่สิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือมันสามารถบอกได้ว่า LED ทีวีแต่ละตัวให้ความสว่างสูงสุดที่เท่าไหร่กันแน่ LED55P5CUS มาประเดิมเป็นตัวแรกมันแสดงให้เห็นว่าความสว่างสูงสุดอยู่ที่ 516nit ซึ่งบ่งบอกอะไรได้บ้างอย่างแรกเท่าที่จำได้ก็คือเป็น LEDTV จาก TCL ที่ให้ความสว่างได้สูงสุดเท่าที่ผมเคยทดสอบมา

เหตุผลที่เราต้องการความสว่างของทีวีมาก ๆ ก็คือถ้าเราปล่อยการทำงานของ HDR ให้เป็นอิสระความสว่างสูงสุดของทีวีจะทำให้เมื่อภาพนั้น ๆ ต้องการความสว่างมันก็จะรู้สึกอย่างที่ฝรั่งเขาชอบพูดกันว่าสปาร์กก็คือแสงจะมีพลังอันนี้จะรวมถึงพวกสีต่าง ๆ ที่ทำให้มันสดใสขึ้นมาได้ด้วย

เราอ่านค่าความสว่างได้ที่ 516 nit ซึ่งถือว่าไม่เลวทีเดียว

แต่ดูโดยรวมค่าสีที่วัดได้จากแพตเทิร์น HDR Clipping Test Pattern ก็อาจจะไม่ได้ทำให้สะดุดใจมากมายอะไรนักก็ถือว่าทำได้อยู่ในระดับมาตรฐานที่ประมาณ 400 nit

การตอบสนองค่าสีอยู่ในมาตรฐาน

แต่เมื่อดูภาพจริง ๆ มันแสดงผลลัพธ์โดยให้น้าหนักของสีที่ดีมาก ๆ ทำให้เรารู้สึกถึงความอิ่มฉ่าของสีณตอนนี้ตอนที่ยังไม่ได้ปรับแต่งอะไรมากอาจจะรู้สึกถึงปริมาณของสีน้าเงินซึ่งดูโดดเด่นขึ้นมามากกว่าสีอื่นไปหน่อยเท่านั้น

Sit & See
ทำไมคุณถึงต้องการทีวีสักตัวหนึ่งมาตั้งในห้องนั่งเล่น? โดยธรรมชาติแล้วคำตอบก็คือเอามาไว้ใช้สำหรับดูหนังดูละคร

แต่ปัจจุบันความบันเทิงเหล่านั้นมันส่งมอบมาทางอินเทอร์เน็ตสำหรับ TCL LED55P5CUS ตัวนี้เตรียมพร้อมสำหรับ Content ในอินเทอร์เน็ตทั้งหลายใครที่ชอบดูหนังซีรีส์อยู่ต้องระวังมันจะทำให้คุณกลายเป็น Netflix ฟีเวอร์เพราะเพียงแค่หยิบรีโมตคอนโทรลขึ้นมาคุณก็จะเห็นปุ่มเข้า Application ของ Netflix อย่างเด่นสง่า

กับซีรีส์ภาพยนตร์ 4K HDR ใน Netflix ตอนนี้ก็อัปเดตขึ้นมาเรื่อย ๆ เรื่อง Iron Fist เป็นเรื่องหนึ่งที่อาจจะไม่ใช่ซีรีส์ที่ทำให้ P5C ให้ภาพที่ท้าทายสายตาออกมาได้ดีที่สุดแต่มันก็เป็นตัววัดประสิทธิภาพภาพ HDR ของทีวีราคาชาวบ้าน ๆ ได้ดีในฉากมืด ๆ ที่ไม่มีแหล่งกาเนิดแสงมาช่วยน้อย ๆ ในภาพที่เห็นอาจเป็นยาขมหน่อยสำหรับทีวีตัวนี้แต่เมื่อพอมีแสงสว่างเข้ามาเป็นองค์ประกอบในภาพแค่นิดหน่อยเท่านั้น

ทั้ง HDR และ Micro Dimming ช่วยทำให้ฉากนั้นดูดีขึ้นมาอีกเป็นกอง ระดับความสดและความถูกต้องของสีสันถือว่าอยู่ในระดับต้น ๆ ของ LED ทีวีปัจจุบันนี้ทีเดียว

ภาพจากยูทูบ 4K HDR ของเกมสมัยนี้

มันแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงทำให้สีสันต่าง ๆ โดยเฉพาะสีที่เรามักคุ้นตากันดีอย่างสีผมหรือสีผิวบนใบหน้า P5C แสดงออกมาได้ดีมาก ๆ อย่างสีผมของ Joy Meachum ผู้บริหารสาวที่เล่นโดย Jessica Stroup เธอเปลี่ยนสีผมได้อยู่เรื่อยแต่ก็ไม่ถึงกับสลับข้ามซีนกันให้งงไปงงมามันทำให้เราดูเรื่ององค์ประกอบเล็ก ๆ น้อย ๆ ของสีที่แยกสิ่งที่กลมกลืนออกจากกันแบบที่เราไม่เคยใส่ใจในจอออกมาให้เห็น

สำหรับคนที่ต้องการความสะดวกสบายในการใช้งาน YouTube อยู่บ่อย ๆ แล้วกลัวว่า OS ที่อยู่ในตัว P5C ตัวนี้จะตอบสนองการเชื่อมต่อระหว่าง YouTube บน Mobile Application กับตัวทีวีไม่ได้ไม่ต้องตกใจครับ เพราะถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่ AndroidTV OS ก็สามารถจะเชื่อมต่อระหว่าง YouTube MobileApp ด้วยการซิงค์บัญชีในแบบ Manual เพียงแต่ขั้นตอนจะซับซ้อนขึ้นมาอีกนิดเท่านั้น

อีกภาพหนึ่งที่ยืนยันเรื่องการแสดงผลสี ทําได้ดีเกินตัวในระดับราคานี้

ถึงตรงนี้คุณก็สามารถใช้ Application YouTube Mobile บนมือถือเลือกคลิปปรับแต่งความละเอียดโดยไม่ต้องใช้รีโมตคอนโทรลอีกต่อไปนี่แหละคือข้อดีของ Certified Application ของแท้ในเวอร์ชั่นนี้มันเก็บภาพรายละเอียดระดับ 4K HDR ที่อยู่บน YouTube เล่นกลับออกมาโดย P5C ได้อย่างงดงามทีเดียว

โดยเฉพาะภาพกราฟิกที่ผ่านการเรนเดอร์มาอย่างดีด้วยฟังก์ชัน HDR ด้วยแล้วเรื่องแสงเงาและความสว่างที่สมัยก่อนอาจจะมีความแตกต่างระหว่างแค่ความมืดกับความสว่างที่ผูกติดกันไปเดี๋ยวนี้สามารถกำหนดกันเองได้บนหน้าจอ Monitor เลยทีเดียว

คือหมายความว่า ถ้าต้องการให้ความสว่างในฉากนั้นสว่างขึ้นก็ต้องยกความสว่างของทั้งภาพขึ้นมาส่วนที่มืดก็ต้องถูกยกแสงขึ้นมาด้วยอันนั้นไม่เท่าไหร่แต่ถ้าฉากไหนต้องการภาพที่มีแสงลดลงก็ต้องลดความสว่างของทั้งภาพลง

ถ้ามีส่วนหรือจุดของแสงบนภาพเดียวกันมันก็ถูกบีบให้ต้องมีความสว่างที่จำกัดเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เมื่อก่อนเรารู้สึกว่าการชมภาพบน TV ทำให้เราไม่ได้สัมผัสของความตื่นเต้นจากพลังแสงที่เกิดขึ้นจากแหล่งกาเนิดแสงต่าง ๆ ในภาพมันขยับเข้ามาใกล้ ๆ กับของจริงเสียที

กับมุมมองภาพของทีวีตัวนี้มันอาจจะเป็นตัวแปรสำหรับความดำสนิทที่เกิดขึ้นบนหน้าจอสักหน่อย อย่างไรก็ตามมุมมองของภาพที่ดีที่สุดควรจะอยู่ตรงกลางจออาจจะเบี่ยงไปได้อีกประมาณ 30 องศาซึ่งก็น้อยไปนิด

ถ้าความสว่างของภาพลงตัวคุณจะได้เห็นสีสันจากทีวีตัวนี้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

สำหรับการใช้งานในการดูทีวีปกติทางช่อง HD ต่าง ๆ ก็เหมือนกับเป็นการวัดประสิทธิภาพของสเกลเลอร์และภาคจูนเนอร์ของทีวีต้องยอมรับว่าสเกลเลอร์ที่อยู่ในตัวยังสู้ C6 ที่เป็นทีวีรุ่นพรีเมียมของ TCL ยังไม่ได้ความคมชัดของภาพยังเป็นรองอยู่บ้างรวมไปถึง

การเกลี่ยสีสันถึงแม้ว่าจะมี Sport Mode มาให้เหมือนกับรุ่นPremiumเพื่อเอาไว้สำหรับดูการแข่งขันกีฬาเราจะได้สีสันที่สดขึ้นตื่นตาตื่นใจมากขึ้น แต่การคอนโทรลสีก็ต้องการให้มีระดับ Balance ที่ดีกว่านี้มันถึงจะสู้รุ่นพี่ได้ผมยังสงสัยอีกว่าทำไม TCL ไม่เอาปุ่มที่ไว้เลือก Sport Mode ออกมาอยู่ที่รีโมต ต้องเข้าไปเลือกในเมนูทำให้เกิดความยุ่งยากในการใช้งาน พาลทำให้โหมดนี้อาจจะเป็นโหมดที่อาจจะไม่ได้ถูกเลือกใช้งานเลยก็เป็นได้

เหลือการวัดจากแหล่งโปรแกรมที่เป็นเครื่องเล่น Bluray Disc ซึ่งถ้าเปรียบเทียบในทีวีระดับเดียวกันก็ถือว่าอยู่ในมาตรฐานที่พอ ๆ กันสัญญาณ 1080p/24Hz ที่ป้อนเข้าไปตรง ๆ ให้กับ P5C ยังควบคุมความสมดุลของสีและการเก็บรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ยังสู้สเกลเลอร์ในตัวมาร้านท์ซไม่ได้ (สเกลเลอร์ใน Network Receiver ของ Marantz NR1609 ที่สามารถทำให้ Input ที่เข้ามากลายเป็น 4K ได้)

Conclusion
ถ้าดูจากทางเลือกของคนที่ต้องการทีวีตอนนี้ขนาดของจอภาพเมื่อเทียบกับราคาดูสมเหตุสมผลมาก TCL LED55P5CUS อาจจะเป็นทางเลือกที่ชัดเจนหน่อยตรงที่ความเป็นจอโค้งของมันทำให้ยังดึงดูดสายตาแม้แต่เวลาไม่ได้ถูกเปิดใช้งาน

กับฟังก์ชันพื้นฐานที่มีอยู่ในทีวีปัจจุบันนี้ P5C ก็ถือว่าตอบสนองความบันเทิงได้อย่างเต็มอรรถรสแม้ว่าระบบปฏิบัติการของมันถูกพัฒนามาแค่เวอร์ชั่นที่ 3 เท่านั้น แต่ก็ได้ YouTube และ Netflix Certified App เข้ามาเป็นตัวแปรที่ทำให้ไม่น้อยหน้าแอปพลิเคชันความบันเทิงในทีวีอื่น ๆ ในท้องตลาดเลย

ที่ความสว่างสูงสุดที่มันทำได้ดีขึ้นสำหรับทีวีในระดับราคานี้ก็ทำให้ฟังก์ชัน HDR ที่มี Micro Dimming ทำงานได้มีประสิทธิภาพดีขึ้นมันมีผลกับ Content ที่ใส่รหัส HDR เข้ามาชัดเจน

TCL LED55P5CUS เป็นทีวีที่มีคุณค่าสำหรับการใช้งานแบบผสมผสาน P5C อาจจะไม่เยี่ยมยุทธเน้นหนักไปทางใดทางหนึ่งแต่มันก็รวมเอาประสบการณ์ที่ดีสำหรับการใช้งานทั้งด้านการบันเทิงส่งมอบมาให้ทำให้คุณใช้งานง่ายที่สุด

คุณภาพของภาพถือว่าสอบผ่านเหมาะมากกับการวางไว้ในห้องนั่งเล่นถึงแม้จะมีแสงสว่างที่ควบคุมไม่ได้แต่ถ้าได้แสงแบบสลัว ๆ มันก็ทำสีสันออกมาให้คุณตื่นเต้นเร้าใจได้ไม่น้อยทีเดียวรับรองได้


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
บริษัท ทีซีแอล อีเล็กทรอนิกส์ (ไทยแลนด์) จํากัด
โทร. 0-2248-7180-83
ราคา 21,990 บาท

ธนภณ พูลเจริญ

Content Contributor ที่ปรารถนาจะถ่ายทอดประสบการณ์ในแวดวงโฮมเธียเตอร์ ทีวี และระบบเสียงมัลติรูมในแง่ของความคุ้มค่าของการใช้งาน เปิดมุมมองสู่ความต้องการที่ชัดเจนให้กับผู้บริโภคที่ชื่นชอบเทคโนโลยี

ธนภณ พูลเจริญ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.