รีวิว Thorens : TD 203

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คุณอาจเป็นคนหนึ่งที่รับรู้ได้ถึงกระแสความนิยมของการเล่นแผ่นเสียง ซึ่งย้อนวนกลับมาใหม่เป็นรอบที่เท่าไรแล้วก็ไม่ทราบ การกลับมาครั้งนี้ในบางแง่มุมมันได้ถูกยกระดับให้กลายเป็น ‘เทรนด์’ ที่คนรุ่นใหม่หรือรุ่นกลางเก่ากลางใหม่หลายคนอยากลองสัมผัสสักครั้งในชีวิต

แต่เมื่อเขาเหล่านั้นก้าวเข้ามาในโลกของแผ่นเสียงในปี 2015-2016 คุณคิดว่าพวกเขาจะรู้สึกอย่างไร? เมื่อได้เห็นแผ่น LP เพลงตลาดอัลบั้มใหม่ ๆ ราคาเริ่มต้นที่เกือบ 2 พันบาท หรือแผ่นเก่าบางชุดที่ถูกกลไกปั่นราคาเพิ่มมูลค่าให้เลิศเลอจนเกินความเป็นจริง

นั่นคือมุมมองด้านซอฟต์แวร์ ทางด้านฮาร์ดแวร์หรือเครื่องเล่นแผ่นเสียงและอุปกรณ์ประกอบอื่น ๆ ก็ไม่ต่างกันนัก สมัยนี้บ่อยครั้งที่คุยกันด้วยสนนราคาหลักแสนหลักล้าน แถมยังไม่นับการออกแบบและการเซ็ตอัพที่แสนจะพิสดารพันลึกจนกลายเป็นกำแพงสูงที่ดูเหมือนจะปีนข้ามมาได้ยากเย็นเสียเหลือเกิน

ขณะที่เครื่องราคาประหยัดที่พอมีอยู่บ้างก็ดูเหมือนจะก๋องแก๋งจนดูน่าสงสัยว่าจะพอให้อะไรดี ๆ จากแผ่นเสียงออกมาได้หรือไม่?

ผมจำได้ว่าเทิร์น Rega Planar 3 + หัวเข็ม Sumiko BluePoint + โฟโนปรีแอมป์ Audio Alchemy Vac-in-the-box เป็นซิสเตมแรกที่ทำให้ผมแฮปปี้กับเสียงของ LP ได้อย่างเกินคุ้ม สนนราคาของมันอยู่ที่ราว ๆ 3-4 หมื่นบาทไม่เกินนี้เท่านั้นเอง

โชคดีที่นอกจากยี่ห้อ Rega แล้วยังพอมีผู้ผลิตอื่นที่มองเห็นช่องโหว่ในกำแพงสูงเหล่านั้น เช่น เทิร์นเทเบิ้ลสัญชาติเยอรมันอย่างยี่ห้อ ธอเรนส์ ‘Thorens’ เป็นต้น ล่าสุดพวกเขาเพิ่งเปิดตัว TD 203 เทิร์นเทเบิ้ลรุ่นใหม่ในตระกูล entry level ที่มาพร้อมกับองค์ประกอบและรายละเอียดทางเทคนิคที่ดูจะเกินหน้าเกินตาเครื่องระดับเริ่มต้น (entry level) ไปพอสมควร

Reference Entry Level
แม้ว่าจะเป็นเครื่องในระดับ entry level แต่ดูเหมือนทาง Thorens จะไม่ได้ตั้งใจทำให้ TD 203 เป็นเช่นนั้นมากนัก โดยทั่วไปเมื่อพูดถึงเครื่องเล่นแผ่นเสียงในระดับเริ่มต้น เรามักจะจินตนาการไปถึงการเล่นแผ่นด้วยระบบอัตโนมัติ (ออโตเมติก) ที่เน้นความสะดวกมาก่อนคุณภาพเสียง สภาพโครงสร้างและองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ดูอ่อนแอ บอบบาง จนเห็นได้ชัดถึงวิธีการลดต้นทุนโดยเฉพาะชิ้นส่วนโทนอาร์มซึ่งมักจะมีมูลค่าราว ๆ 50% ของราคาเครื่อง ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามานี้ไม่ปรากฏพบในเครื่องเล่นแผ่นเสียงของ Thorens รุ่นนี้ครับ!

โดยพื้นฐานทางเทคนิค TD 203 เป็นเทิร์นเทเบิ้ลระบบแมนน่วล 100% จะเล่นแผ่น วางหัวเข็มหรือยกหัวเข็ม เป็นระบบอัตโนมือเหมือนเครื่องเล่นแพง ๆ ทั้งหมดครับ แท่นเครื่องหลักเป็นระบบไม่ยืดหยุ่น (non-suspension) มีขารองเครื่อง 3 จุดทำจากวัสดุประเภทยางเนื้อแข็ง ชิ้นส่วน plinth หรือแท่นเครื่องหลักผลิตจาก MDF ชิ้นเดียว ความหนาประมาณ 18 มิลลิเมตร ทำสีและเคลือบเงาแบบไฮกลอส ดีไซน์อาจจะดูไม่ได้แปลกตาอะไร (ยกเว้นคุณเลือกตัวที่ทำสีเจ็บ ๆ อย่างเช่นสีแดงในรีวิวนี้) แต่เนื้องานมีความประณีตสมกับมาจากแบรนด์เนมระดับโลกอย่างธอเรนส์

ชิ้นส่วนแพลตเตอร์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 12 นิ้วน้ำหนัก 0.8 กิโลกรัม ผลิตจากวัสดุประเภทโพลีเมอร์ที่มีการแดมปิ้งที่ดีนำมาหล่อขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียว คุณสมบัติในเนื้อวัสดุจึงมีความเท่าเทียมกันตลอดทั้งชิ้น ระบบขับเคลื่อนเป็นระบบ belt-drive ขับเคลื่อนด้วยสายพานโดยใช้มอเตอร์ไฟกระแสตรงควบคุมความเร็วรอบด้วยวงจรอิเล็กทรอนิกส์เซอร์โว ส่งกำลังผ่านสายพานแบบแบน (flat belt) ไปยังแพลตเตอร์ผ่านชุดแพลตเตอร์รอง (sub-platter) ที่ทำจากวัสดุเดียวกับแพลตเตอร์ และเพื่อลดการส่งผ่านความสั่นสะเทือนระหว่างมอเตอร์กับแท่นเครื่อง ชุดมอเตอร์จึงได้ถูกออกแบบให้ติดตั้งแบบแขวนลอยด้วยยางโอริงในบางจุดไม่ได้ยึดเข้าที่ตัวแท่นเครื่องโดยตรง

TD 203 เล่นแผ่นเสียงได้ทั้งสปีด 33-1/3 และ 45 rpm ปรับสปีดด้วยสวิตช์ไฟฟ้าและวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ภาคจ่ายไฟเป็นปลั๊กอะแดปเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง 12 โวลต์ตัวเล็ก ๆ แยกส่วนจากตัวเครื่อง

ปุ่มสวิตช์เปิด-ปิดเครื่องและปุ่มสวิตช์เลือกความเร็วรอบหมุน 33 1/3 หรือ 45 rpm

นอกเหนือจากทั้งหมดที่กล่าวถึงไปข้างต้น ยังมีส่วนที่ผมถือว่าเป็นไฮไลต์สำคัญสำหรับ TD 203 ก็คือ โทนอาร์มแบบ Unipivot รุ่น TP 82 ของธอเรนส์เอง ว่ากันว่านี่เป็นครั้งแรกสำหรับเทิร์นเทเบิ้ลระดับ entry level ของธอเรนส์ที่ให้โทนอาร์มแบบ Unipivot มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน จุดเด่นของโทนอาร์มประเภทนี้ก็คือนอกจากการกวาดไปในแนวนอนและแนวตั้งแล้วมันยังสามารถให้ตัวในลักษณะพลิกซ้าย/ขวาได้ด้วย

จากดีไซน์ที่มีจุดหมุนและระบบลูกปืนเพียงจุดเดียว จึงออกแบบให้มีแรงเสียดทานต่อการเคลื่อนตัวของโทนอาร์มในระดับต่ำได้ง่ายกว่า ข้อเสียเดียวที่ชัดเจนของมันเมื่อเทียบกับโทนอาร์มแบบ Pivot ธรรมดาก็คือมันเซ็ตอัพยากกว่า TP 82 มีระยะ Effective length อยู่ที่ 232.8 มิลลิเมตร (ประมาณ 9.1 นิ้ว) ระยะ Overhang อยู่ที่ 17.8 mm (variable) มุมออฟเซ็ต (Offset angle) อยู่ที่ 23.6 องศา (fixed) น้ำหนักส่วนเคลื่อนไหว (Effective mass) ประมาณ 11 กรัม ชิ้นส่วนแขนอาร์ม (Tonearm Tube) ขึ้นรูปจากอะลูมิเนียมม้วนกลม มีวงแหวนแดมปิ้งรัดอยู่ที่ตัวแขนอาร์มเหมือนในโทนอาร์มรุ่นใหญ่บางรุ่นของธอเรนส์

นอกจาก TP 82 แล้วทางธอเรนส์เขายังให้หัวเข็ม MM รุ่น TAS 257 (Made in Japan) ของธอเรนส์ติดตั้งมาด้วยเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของ TD 203 รวมถึงฝาครอบกันฝุ่น (ซึ่งกันได้แค่บางส่วน) ที่ดัดขึ้นรูปจากแผ่นอะคริลิกใสเวลาใช้งานครอบลงไปบนตัวเครื่องก็แลดูสวยงามดีครับ แต่อย่าเพิ่งคาดหวังประสิทธิภาพในการกันฝุ่นของมันนะครับ เพราะมันไม่ได้ครอบตัวเครื่องเล่นทุกส่วนอย่างมิดชิด ที่จริงประโยชน์ของมันเท่าที่ผมเล็งเห็นก็คือการใช้ครอบเพื่อปกป้องชิ้นส่วนต่าง ๆ บริเวณโทนอาร์มและหัวเข็มมากกว่าครับ

Unpacking & Setup
ความง่ายในการติดตั้งใช้งานและการเซ็ตอัพคืออีกหนึ่งคุณสมบัติที่ทางธอเรนส์ตั้งใจทำให้ TD 203 เป็นเช่นนั้น ข้อมูลจากผู้ผลิตบอกว่ากับเทิร์นเทเบิ้ลระดับไฮไฟทั่วไปคุณอาจต้องใช้เวลาในการติดตั้งเรียบร้อยจนสามารถใช้งานได้ราว ๆ 30 นาทีหรือนานกว่านั้น แต่สำหรับ TD 203 มันใช้เวลาเพียงแค่ไม่เกิน 5 นาทีเท่านั้น

ในรีวิวนี้ผมอาจจะไม่ได้มานั่งตั้งใจจับเวลานะครับ แต่จากการที่ได้ลงมือแกะกล่องด้วยตัวเองก็พบว่ามันน่าจะเป็นไปได้ เพราะหลาย ๆ ชิ้นส่วนนั้นถูกประกอบมาเรียบร้อยแล้วจากโรงงานผู้ผลิตโดยเฉพาะส่วนที่ต้องอาศัยความพิถีพิถันอย่างโทนอาร์มและหัวเข็ม

ในกล่องใส่ตัวเครื่องคุณจะได้พบกับชิ้นส่วนที่ใหญ่ที่สุดนั่นคือตัวแท่นเครื่อง TD 203 ที่ได้ติดตั้งมอเตอร์, แพลตเตอร์รอง, โทนอาร์มและหัวเข็มมาให้แล้ว ชิ้นส่วนที่เหลือก็มีสายพาน, แพลตเตอร์, ตุ้มถ่วงน้ำหนัก 2 ชุด, ตุ้มถ่วงขนาดเล็กพร้อมเส้นเอ็นสำหรับใช้ชดเชยแอนตี้สเกต, ฝาครอบอะคริลิก, ตัวแปลงสำหรับเล่นแผ่น 7 นิ้ว, ตัวชั่งแรงกดหัวเข็มอย่างง่าย, แผ่นโปรแทรคเตอร์สำหรับใช้ปรับตั้งหัวเข็ม และอะแดปเตอร์จ่ายไฟ

ด้วยความที่หลาย ๆ องค์ประกอบของตัวเครื่องถูกติดตั้งมาแล้ว งานส่วนที่เหลือของผมจึงมีเพียงแค่การ เอาสายพานคล้องไปที่แกนมอเตอร์และแพลตเตอร์รอง วางแพลตเตอร์ลงบนแพลตเตอร์รอง ใส่ตุ้มถ่วงน้ำหนักทั้งสองลูกตามคำแนะนำในคู่มือ ลูกที่โตกว่าใส่เข้าไปก่อนแล้วค่อยใส่ลูกที่เล็กกว่า ทั้งสองลูกให้วางตำแหน่งใกล้กันแต่ไม่ติดกัน ปรับระยะของตุ้มถ่วงจนได้ tracking force ที่ปลายหัวเข็มตามที่ต้องการ ตามคู่มือแนะนำที่ 2.3 กรัม

สำหรับหัวเข็ม TAS 257 จากนั้นก็แขวนตุ้มถ่วงไซส์มินิสำหรับตั้งค่าแอนตี้สเก็ตตามคำแนะนำในคู่มือผนวกกับประสบการณ์การปรับตั้งเครื่องเล่นแผ่นเสียงอีกเล็กน้อยเท่านั้น ไม่มีอะไรยุ่งยากซับซ้อนครับ แต่มีอยู่จุดหนึ่งที่ต้องใส่ใจก็คือ การปรับอะซิมุธหรือมุมเอียงด้านข้างของหัวเข็ม

โทนอาร์ม Unipivot รุ่น TP 82 ของ Thorens เอง

เนื่องจากโทนอาร์มแบบ Unipivot นั้นสามารถพลิกเอียงได้ด้วยในกรณีที่มันเกิดความไม่สมดุล ลองนึกถึงแก้วที่คว่ำครอบลงไปบนปลายแหลมของแท่งตะปูอะไรทำนองนั้นครับ คอซึ่งเป็นจุดหมุนของตัวโทนอาร์ม Unipivot ก็เช่นกัน การปรับอะซิมุธของหัวเข็มสามารถกระทำได้ที่ตัวโทนอาร์มโดยตรงโดยการบิดตุ้มถ่วงน้ำหนักลูกเล็กที่บริเวณท้ายอาร์มเพียงเล็กน้อยแล้วดูว่าหัวเข็มที่วางบนแพลเตอร์หรือแผ่นเสียงตั้งฉากกับหัวเข็มหรือไม่

หากยังไม่ตั้งฉากก็ให้สังเกตว่าหัวเข็มเอียงไปทางใดและการบิดที่ตุ้มถ่วงน้ำหนักนั้นให้ผลลัพธ์ไปทางใด สุดท้ายแล้วจะต้องได้ในลักษณะที่หัวเข็มวางตั้งฉากกับแผ่นเสียงโดยตรง ไม่มีลักษณะเอียงไปทางด้านใดด้านหนึ่ง

ฟังดูเหมือนจะยุ่งยากนะครับแต่ในการใช้งานจริงเป็นเรื่องที่สามารถทำได้โดยไม่ยากเย็นอะไรเลย นอกจากการปรับตั้งในส่วนที่ว่ามาแล้ว TD 203 ยังถูกออกแบบให้ผู้ใช้สามารถปรับสปีดรอบหมุนแบบ fine tune ด้วยสกรูเล็ก ๆ 2 ตัว (แยกสปีด 33-1/3 และ 45 rpm) หรือปรับความตึงของสายพานได้ด้วยในกรณีที่มีความจำเป็น สำหรับการใช้งานเบื้องต้นทั้ง 2 ส่วนนี้ยังไม่จำเป็นต้องไปยุ่งอะไรครับ ใช้แบบเดิม ๆ จากโรงงานได้เลย

หัวเข็ม TAS 257 ในระหว่างการปรับตั้งอะซิมุธด้วยแผ่นโปรแทรคเตอร์ที่แถมมากับเครื่อง

เบื้องต้นถ้าคุณไม่ได้เปลี่ยนหัวเข็ม และใช้งานแบบเดิม ๆ ตามที่ผู้ผลิตเขาติดตั้งมาให้จากโรงงาน ผมว่าการใช้เวลาเซ็ตอัพเพียง 5 นาที ตามที่ผู้ผลิตอ้างไว้นั้นสามารถเป็นไปได้ครับ และด้วยความเรียบง่ายนี้เอง ในการรีวิวนี้ผมจึงเน้นซิสเตมที่มีความสะดวกเรียบง่ายเป็นหลัก การลองใช้งานเบื้องต้นผมต่อมันเข้ากับ Phono Preamp/USB DAC แบบตั้งโต๊ะ ADL GT-40a และในซิสเตมหลักที่ใช้งานอยู่ในห้องฟังทดสอบของ GM2000 ผมต่อมันเข้ากับอินทิเกรตแอมป์ Arcam FMJ A39 ซึ่งมีอินพุตโฟโนสำหรับหัวเข็ม MM ที่เข้ากันได้ดี

มนตรี คงมหาพฤกษ์

บรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เริ่มต้นจากความหลงใหลงานอิเล็กทรอนิกส์ ดี.ไอ.วาย. จากนั้นก็มาชอบเครื่องเสียง เล่นทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังจริงจังกับเรื่อง Voice Assistant และ AI

มนตรี คงมหาพฤกษ์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.